06/08/2024
"PACO ทำผลงานยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง Q2/2567 กำไรโต 88% พร้อมเซอร์ไพรส์จ่ายปันผลระหว่างกาล!"
บริษัท เพรสซิเด้นท์ ออโตโมบิล อินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PACO ได้ประกาศผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่งสำหรับไตรมาสที่ 2/2567 โดยมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในหลายตัวชี้วัดทางการเงิน การเติบโตนี้ได้รับการสนับสนุนจากกลยุทธ์ภายในและสภาพเศรษฐกิจภายนอกที่เป็นใจ นอกจากนี้ PACO ยังได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ถือหุ้นด้วยการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครั้งที่ 1 สำหรับปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.05 บาทต่อหุ้น
# # # ไฮไลท์ทางการเงินสำหรับไตรมาสที่ 2/2567
ผลประกอบการทางการเงินของ PACO สำหรับไตรมาสที่ 2/2567 ได้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยได้รับการสนับสนุนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น การจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น และการขยายตลาดเชิงกลยุทธ์
1. รายได้และกำไรที่เติบโต:
- รายได้จากการขาย: มีรายได้จากการขาย จำนวน 522.95 เพิ่มขึ้นจาก 35.75 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดก่อน หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.34 เนื่องจากบริษัทฯมียอดสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญในตลาดต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับยอดขายในประเทศก็เพิ่มสูงขึ้นด้วยจากการขายสินค้าชนิดใหมให้กับลูกค้ารายใหญ่
- กำไรขั้นต้น: บริษัทฯมีกำไรขั้นต้นเท่ากับ 123.85 ล้านบาท หริอคิดเป็นอัตรากำไร ขั้นต้นเท่ากับร้อยละ 23.68 ของรายได้จากการขาย
- **กำไรสุทธิ**: กำไรสุทธิสำหรับไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นถึง 87.7% โดยอยู่ที่ 44.82 ล้านบาท เทียบกับ 23.88 ล้านบาทในไตรมาสที่ 2/2566
กำไรสุทธิสำหรับงวดสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2567 มีจำนวน 91.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.03 ล้านบาทเมื่อเทียบกับ งวดก่อน หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 234.63 สาเหตุจากกำไรขั้นต้นและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น
2. ประสิทธิภาพการจัดการต้นทุน:
- ต้นทุนขาย: ต้นทุนขายสำหรับงวดสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2567 มีจำนวน 399.10 ล้านบาท ลดลง 31.76 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดก่อน หรือคิดเป็นลดลงร้อยละ 7.37
- ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำหรับงวดสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2567 มีจำนวน 23.64 ล้านบาท ลดลง 3.68 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดก่อน หรือคิดเป็นลดลงร้อยละ 13.47 ซึ่งสาเหตุเกิดในปี 2566 มีการรับรู้ผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ทางการเงิน, การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ, ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเพิ่มทุน
3. EBITDA:
- EBITDA สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2567 มีจำนวน 142.26 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 108.7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
# # # ปัจจัยสนับสนุนการเติบโต
มีหลายปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตที่โดดเด่นของ PACO ในไตรมาสที่ 2/2567 ดังนี้
1. การขยายตลาด:
- PACO ได้ขยายส่วนแบ่งตลาดในทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ รายได้จากการขายต่างประเทศยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
2. ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์:
- การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และการกระจายความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ของ PACO มีบทบาทสำคัญ บริษัทได้ขยายการเสนอผลิตภัณฑ์ให้รวมถึงส่วนประกอบสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และปลั๊กอินไฮบริด ซึ่งตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับโซลูชั่น ยานยนต์ที่ยั่งยืน นอกจากนี้ PACO ยังได้เริ่มรับรู้รายได้เต็มรูปแบบจากการผลิตระบบปรับอากาศสำหรับเครื่องจักรการเกษตร
3. ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน:
- PACO ได้ดำเนินการหลายโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ซึ่งรวมถึงการนำเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงมาใช้และการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลงรวมถึงของเสียก็ลดลงด้วย
4. ปัจจัยเศรษฐกิจ:
- สภาพเศรษฐกิจ เช่น ราคาวัตถุดิบที่ลดลงและอัตราแลกเปลี่ยนที่คงที่ สนับสนุนความสามารถในการทำกำไรของ PACO โดยผลกำไรอย่างมีนัยสำคัญจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งส่งผลให้ผลประกอบการทางการเงินโดยรวมดีขึ้น
# # # การจ่ายเงินปันผล
เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ให้การสนับสนุนบริษัทอย่างต่อเนื่อง PACO ได้ประกาศการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.05 บาทต่อหุ้น โดยจะจ่ายในวันที่ 4 กันยายน 2567
# # # แนวโน้มในอนาคต
ฝ่ายบริหารของ PACO ยังคงมองในแง่ดีเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของบริษัทในช่วงที่เหลือของปี 2567 การมุ่งเน้นที่การขยายตลาด นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และความเป็นเลิศในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะผลักดันให้ผลประกอบการทางการเงินดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โครงการเชิงกลยุทธ์และสุขภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งทำให้ PACO อยู่ในตำแหน่งที่ดีในการใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก
นายสมชาย เลิศขจรกิตติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ PACO แสดงความมั่นใจในความสามารถของบริษัทในการรักษาแรงขับเคลื่อนการเติบโตและสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์และความพยายามในการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง