11/01/2026
✅การคำนวณหาประสิทธิภาพของหม้อไอน้ำ ที่นิยมใช้กันอย่างมาก คือวิธี Heat loss method โดยมาตรฐาน JIS B 8222
✅เมื่อคำนวณได้แล้วเราจะใช้ค่าไหนระหว่าง LHV กับ HHV?
1. หลักคิดของ Heat Loss Method ใน JIS B 8222
วิธี Heat Loss Method คำนวณจาก
ประสิทธิภาพ = 100 − (ผลรวมของ Heat losses ทุกชนิด)
Heat losses ที่นำมาพิจารณา เช่น
• Loss กับ flue gas (dry gas loss)
• Loss จากไอน้ำที่เกิดจาก H₂ ในเชื้อเพลิง
• Loss จากความชื้นในเชื้อเพลิง
• Loss จาก unburnt carbon / radiation / blowdown ฯลฯ
👉 ประเด็นสำคัญ
พลังงานของไอน้ำที่เกิดจากการเผาไหม้ (latent heat of v***rization)
👉 ถูกนับเป็น “ความสูญเสีย” โดยตรง ในสมการ
ซึ่งตรงกับนิยามของ LHV (Lower Heating Value)
2. เหตุผลที่ JIS ใช้ LHV เป็นค่าหลัก
2.1 LHV สอดคล้องกับ “พลังงานที่ใช้งานได้จริง”
• หม้อไอน้ำอุตสาหกรรมทั่วไป ไม่สามารถนำ latent heat ของไอน้ำใน flue gas กลับมาใช้ได้
• ดังนั้นพลังงานส่วนนี้ ถือว่าเป็น loss จริง
• LHV ตัด latent heat ออกตั้งแต่ต้น → ตรงกับสภาพการใช้งานจริง
2.2 Heat Loss Method “คิด loss จากไอน้ำแล้ว”
ถ้านำ HHV มาเป็นฐาน:
• HHV รวม latent heat ของไอน้ำจาก H₂
• แต่ใน Heat Loss Method เรานับ latent heat นี้เป็น loss อีกครั้ง
➡️ เกิดการ double count เชิงแนวคิด
ดังนั้น JIS จึง:
• คิด loss ของ water v***r
• และใช้ LHV เป็นฐาน → สมดุลทางเทอร์โมไดนามิก
2.3 ความสอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมญี่ปุ่น
• JIS ออกแบบมาเพื่อ
• โรงไฟฟ้า
• โรงงาน process
• boiler monitoring จริง
• ใน practice ญี่ปุ่น
👉 LHV efficiency = ค่าใช้งานจริง (Operating efficiency)
3. แล้ว HHV-based efficiency ใช้เมื่อใด?
HHV-based ไม่ผิด แต่ใช้ในบริบทอื่น เช่น
• การเปรียบเทียบเชื้อเพลิงเชิงทฤษฎี
• รายงานด้านพลังงานระดับนโยบาย
• เทียบกับมาตรฐานบางประเทศ (เช่น US, EU บางฉบับ)
ความสัมพันธ์โดยทั่วไป:
Eff_{HHV} < Eff_{LHV}
5. สรุปสั้นให้จำง่าย
• 🔹 JIS B 8222 + Heat Loss Method → ใช้ LHV เป็นค่าหลัก
• 🔹 เพราะ latent heat ของไอน้ำถูกนับเป็น heat loss แล้ว
• 🔹 LHV สะท้อนประสิทธิภาพการใช้งานจริงของหม้อไอน้ำ
• 🔹 HHV ใช้ประกอบได้ แต่ไม่ใช่ค่า performance หลัก
📌📌ถ้าสนใจไฟล์มาตรฐาน JIS B 8222 R2000 เพื่อการศึกษา ฝากเมล์ใต้คอมเมนต์เช่นเดิม จะทยอยส่งให้ครับ ขอเป็น gmail เนื่องด้วยลิขสิทธิ์