05/06/2026
🔩 รู้จักค่าความแข็งแรงสกรู 3 ค่า ก่อนเลือกใช้ให้ถูกงานค่ะ! 🏋️
ช่างหลายคนเลือกสกรูแค่ดูขนาดค่ะ แต่จริงๆ แล้ว ความแข็งแรงของสกรู สำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ และความแข็งแรงนั้นไม่ได้มีแค่ค่าเดียวค่ะ มาดูกันเลยค่ะ 👇
─────────────────────
หลายคนเลือกสกรูแค่ดูว่า "แข็งแรงไหม" แต่จริงๆ ความแข็งแรงของสกรูมี 3 มิติที่ต้องดูด้วยกันค่ะ 👇
🔵 Tensile Strength (แรงดึงสูงสุด) แรงสูงสุดก่อนสกรูขาดค่ะ มีหน่วยเป็น MPa (เมกะปาสคาล) ค่ะ ยิ่งมาก = แข็งแรงกว่าค่ะ
🟡 Yield Strength (จุดคราก) แรงที่สกรูเริ่มเสียรูปถาวร ยังไม่ขาดแต่งอหรือบุบแล้วค่ะ ถ้าค่านี้ต่ำ วัสดุจะเสียรูปง่ายกว่าค่ะ
🟢 Elongation (ความเหนียว) ยืดตัวได้กี่เปอร์เซ็นต์ก่อนขาดค่ะ ยิ่งมาก = เหนียวกว่า ไม่หักกะทันหันค่ะ
ทั้ง 3 ค่านี้บอกคุณสมบัติของสกรูคนละด้านกันค่ะ ต้องดูประกอบกันถึงจะเลือกได้ถูกต้องค่ะ
─────────────────────
แล้ว MPa คืออะไร เข้าใจง่ายๆ ค่ะ 💡
MPa คือหน่วยวัดความแข็งแรงค่ะ ยิ่งตัวเลขมาก = แข็งแรงกว่าค่ะ ลองนึกภาพแบบนี้นะคะ 👇
🚗🚗 800 MPa (เกรด 8.8) เหมือนมีเหล็กเส้นขนาดเท่าตะเกียบ แต่แข็งแรงพอที่จะ ยกรถกระบะได้ 2 คัน โดยไม่ขาดค่ะ!
🚗🚗🚗 1,000 MPa (เกรด 10.9) เหล็กเส้นขนาดเท่าตะเกียบเส้นเดิม แต่แข็งแรงขึ้นอีก 25% ค่ะ ยกรถกระบะได้ 2-3 คัน โดยไม่ขาดค่ะ!
🚗🚗🚗 1,200 MPa (เกรด 12.9) เหล็กเส้นขนาดเท่าตะเกียบเส้นเดิม แต่แข็งแรงที่สุดค่ะ ยกรถกระบะได้ถึง 3 คัน โดยไม่ขาดเลยค่ะ!
⚠️ หมายเหตุค่ะ นี่คือค่าแรงต่อพื้นที่หน้าตัด ขนาดสกรูที่ใหญ่ขึ้นก็รับแรงได้มากขึ้นด้วยค่ะ
─────────────────────
วิธีอ่านตัวเลขบนหัวน็อตค่ะ
เมื่อเข้าใจแล้วว่า MPa คืออะไร มาดูกันว่าตัวเลขบนหัวน็อต อย่าง 8.8 / 10.9 / 12.9 บอกอะไรได้บ้างค่ะ
🔵 ตัวเลขหน้า x 100 = Tensile Strength (MPa) → จุดที่สกรูขาดค่ะ
🟡 ตัวเลขหน้า x ตัวเลขหลัง x 10 = Yield Strength (MPa) → จุดที่สกรูเริ่มเสียรูปถาวรค่ะ
─────────────────────
ตัวอย่างการคำนวณค่ะ
ลองคำนวณดูทั้ง 3 เกรด พร้อมค่า Elongation ที่บอกความเหนียวด้วยนะคะ 👇
⚙️ เกรด 8.8
🔵 Tensile = 8 x 100 = 800 MPa
🟡 Yield = 8 x 8 x 10 = 640 MPa
🟢 Elongation = ~12% (ยืดตัวได้พอสมควรก่อนขาดค่ะ)
⚙️ เกรด 10.9
🔵 Tensile = 10 x 100 = 1,000 MPa
🟡 Yield = 10 x 9 x 10 = 900 MPa
🟢 Elongation = ~9% (ยืดตัวได้น้อยลงกว่า 8.8 ค่ะ)
⚙️ เกรด 12.9
🔵 Tensile = 12 x 100 = 1,200 MPa
🟡 Yield = 12 x 9 x 10 = 1,080 MPa
🟢 Elongation = ~8% (ยืดตัวได้น้อยที่สุดค่ะ)
─────────────────────
แล้วสแตนเลส 304 ล่ะ? ทำไมถึงเรียกว่า "นิ่มกว่า" เหล็กค่ะ?
พอรู้จักเกรดเหล็กแล้ว ลองเปรียบกับสแตนเลส 304 ที่ร้านเราขายดูนะคะ 👇
🔵 Tensile Strength : 515-620 MPa (น้อยกว่าเหล็กเกรด 8.8 ค่ะ)
🟡 Yield Strength : 205-280 MPa (น้อยกว่าเหล็กทุกเกรดค่ะ)
🟢 Elongation : ~40-60% (เหนียวกว่าเหล็กทุกเกรดมากค่ะ!)
ที่เขาเรียกว่า "สแตนเลสนิ่มกว่าเหล็ก" เพราะ Yield Strength ต่ำกว่าค่ะ หมายความว่าเริ่มงอหรือบุบได้ง่ายกว่านั่นเองค่ะ แต่สแตนเลส 304 มี Elongation สูงกว่ามาก ทำให้ ยืดหยุ่นดีกว่า ไม่หักกะทันหันค่ะ
─────────────────────
เปรียบ Elongation ให้เห็นภาพชัดขึ้นค่ะ
🍬 สแตนเลส 304 (Elongation ~40-60%) เหมือนหมากฝรั่งค่ะ ดึงได้ยาวมากก่อนขาด ไม่หักกะทันหันค่ะ
🌀 เหล็ก 8.8 (Elongation ~12%) เหมือนดินน้ำมันค่ะ ยังพองอได้นิดหน่อยก่อนขาด มีรอยคอดให้เห็นก่อนจะขาดค่ะ
⚡ เหล็ก 10.9 (Elongation ~9%) แข็งแรงสูง แต่ยืดตัวได้น้อยลง รับแรงสั่นสะเทือนได้ดีค่ะ
💥 เหล็ก 12.9 (Elongation ~8%) แข็งเหมือนดินสอค่ะ ที่รับแรงได้สูงสุด แต่ถ้าเกินแรงรับจะหักขาดทันทีค่ะ
─────────────────────
⚠️ สรุปสำคัญค่ะ
- สแตนเลส 304 นิ่มกว่าเหล็กเกรดสูง แต่ยืดหยุ่นดีกว่า ไม่หักกะทันหันค่ะ และจุดเด่นที่เหล็กสู้ไม่ได้คือ "ทนสนิมได้ดีกว่ามากค่ะ" 🛡️
- เกรด 12.9 แข็งแรงสูงมาก แต่มีความเหนียวน้อยที่สุดค่ะ เวลารับแรงเกินขีดจำกัด จะ หักทันทีโดยไม่มีสัญญาณเตือนค่ะ
เกรดสูง ≠ ดีที่สุดเสมอไปนะคะ เลือกให้เหมาะกับงานเสมอค่ะ 😊
─────────────────────
📩 มีคำถามเรื่องการเลือกเกรดสกรู inbox มาได้เลยนะคะ! ยินดีให้คำแนะนำเสมอค่ะ 🙏💙 . .
#แรงดึงสูงสุด #เกรดสกรู #สแตนเลส304 #ความรู้ช่าง #งานช่าง #ช่างไทย