เกษตร99 ปุ๋ยยา อาหารเสริม ระบบน้ำ สปริงเกลอ?

21/05/2026
05/05/2026

เตือนเกษตรกร ระวังโรคผลเน่าในทุเรียน จากเชื้อรา Lasiodiplodia theobromae

ผลทุเรียนจะมีแผลสีน้ำตาล ลักษณะนิ่ม เมื่อแผลขยายมากขึ้น พบเส้นใยสีเทาปนเขียวขึ้นฟูบริเวณแผล อาการเน่าลามไปถึงส่วนเปลือกด้านในเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง และส่วนเนื้อของทุเรียนมีลักษณะนิ่มฉ่ำน้ำ พบมากทั้งในภาคตะวันออกและภาคใต้ เชื้อราชนิดนี้เข้าทำลายผลอยู่ภายในเปลือก การฆ่าเชื้อที่ผิวเปลือกไม่สามารถลดการเกิดโรคได้
เชื้อราสาเหตุสามารถแพร่กระจายโดยทางลม น้ำ ดิน และใบ เข้าสู่ผล โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีลมพายุ ความชื้นสูง เชื้อราจะเข้าทำาลายตั้งแต่ระยะผลอ่อนจนกระทั่งผลแก่ แหล่งที่มาของเชื้อในแปลง จากส่วนของพืชที่เป็นโรค เศษซากพืช และดินที่มีเชื้อสาเหตุโรคสะสมอยู่ โดยหยดน้ำกระเด็นมาถูกหรือน้ำฝนที่ตกลงมากระทบสปอร์แล้วถูกลมพัดไป รวมถึงการสัมผัสกันระหว่างผลปกติกับผลที่เป็นโรค
การควบคุมโรค
1. ตัดผลเน่าและเก็บรวบรวมผลเน่าที่ร่วงหล่นอยู่ในบริเวณสวนไปเผาทำลาย
2. เมื่อพบผลเน่า 1 ผลต่อต้น หรือในสวนที่เป็นโรครากเน่าและโคนเน่ารุนแรง ใช้ฟอสเอทธิล อะลูมิเนียม (fosetyl-aluminium) 80% WP อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นที่ผล ใช้ก่อนการเก็บเกี่ยวผล 30 วัน
3. หลังเก็บเกี่ยวให้รีบตัดแต่งกิ่งแห้ง กิ่งเป็นโรค ทารอยแผลที่ตัดด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อราหรือปูนแดง และกำจัดวัชพืช
4. ไม่วางผลทุเรียนบนพื้นดินโดยตรง และระมัดระวังการเกิดบาดแผลจากผลทุเรียนกระแทกกัน
Cr :เอกสารวิชาการโรคพืชหลังการเก็บเกี่ยว กองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร

03/05/2026

ทุเรียนขาดไนโตรเจนมีอาการอย่างไร

อาการทุเรียนขาดไนโตรเจน ( N ) สาเหตุ ธาตุอาหารไม่เพียงพอ หรือ ความไม่สมดุลของธาตุอาหาร ความสำคัญ ธาตุอาหารมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช หากพืชเกิดการขาดธาตุอาหารจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตและแสดงอาการผิดปกติออกมา ซึ่งบางอาการจะมีลักษณะคล้ายกับอาการที่เกิดจากเชื้อโรคเข้าทำลาย ลักษณะอาการ พืชจะแสดงอาการที่ใบแก่ โดยมีลักษณะสีเขียวซีดทั้งแผ่นใบ และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ต่อมาใบพืชจะร่วงหล่นไป หลังจากนั้นใบบนจะเริ่มมีสีเหลือง กิ่งบริเวณปลายยอดลีบเล็ก และสั้นกว่าปกติ การติดผลน้อยลง ผลมีขนาดเล็ก และเปลือกบาง

15/04/2026

ระวัง เพลี้ยแป้ง ในลองกอง

สภาพอากาศในช่วงนี้อากาศร้อน แห้งแล้ง มีฝนตกบางพื้นที่ เตือนผู้ปลูกลองกอง ในระยะ ระยะติดผลอ่อน รับมือเพลี้ยแป้ง
เพลี้ยแป้งมีการเคลื่อนย้ายจากพื้นดินขึ้นบนต้นลองกองตั้งแต่ช่วงลองกองแทงตาดอก และระบาดไปจนถึงผลลองกองแก่ ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยง และก่อให้เกิดราดำ ทำให้ผลลองกองเสียคุณภาพ และมีมดเป็นพาหะพาไปยังส่วนต่าง ๆ ของต้นลองกองทำให้เกิดการกระจายของเพลี้ยแป้งเพิ่มและรวดเร็วขึ้น

แนวทางป้องกัน/แก้ไข
1. เพลี้ยแป้งบางชนิดอาศัยอยู่ในดินบริเวณโคนต้นพืชหรือรากวัชพืช และมีมดเป็นตัวพาไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืชอาหาร ควรตัดแต่งกิ่ง เพื่อลดการเป็นพาหะของมดพาไปยังต้นอื่น ๆ และควรใช้เศษผ้าชุบน้ำมันเครื่อง ผูกรอบต้น เพื่อป้องกันมดและเพลี้ยแป้งที่อาศัยอยู่ในดินไต่ขึ้นมาบนต้น
2. ถ้าพบระบาดในปริมาณไม่มากอยู่เป็นกลุ่มตามส่วนต่าง ๆ ของต้นลองกอง ควรตัดส่วนที่ถูกทำลายและนำไปทิ้งนอกแปลง
3. ถ้าระบาดรุนแรง พ่นด้วยสารฆ่าแมลง เช่น คาร์บาริล 85% WP อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10% WP อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อิมิดาโคลพริด 70% WG อัตรา 4 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไทอะมีทอกแซม 25% WG อัตรา 4 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นสารอย่างน้อย 2 ครั้ง ห่างกัน 7 วัน

29/03/2026

ระวัง เพลี้ยไฟฝ้าย ในแตงโม

สภาพอากาศในช่วงนี้อากาศร้อน มีฝนตกบางพื้นที่ เตือนผู้ปลูกแตงโม ในระยะ ทุกระยะการเจริญเติบโต รับมือเพลี้ยไฟฝ้าย
ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากยอดอ่อน ในระยะแตงโมทอดยอดทำให้ชะงักการเจริญเติบโต ลักษณะอาการที่เกิดจากเพลี้ยไฟฝ้ายเรียกว่า ยอดตั้ง หากเพลี้ยไฟฝ้ายระบาดในช่วงอายุ 1 เดือนหลังปลูกจะก่อให้เกิดความเสียหายมาก ถ้าพ้นช่วงนั้นแล้วแตงโมจะทอดยอดก็จะทนการทำลายได้ดีกว่า มักพบการระบาดในช่วงฤดูร้อน หรือช่วงที่มีอากาศแห้งแล้งฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน

แนวทางป้องกัน/แก้ไข
1. ทำการรองก้นหลุมปลูกก่อนการย้ายปลูกด้วยสารฆ่าแมลง เช่น คาร์แทปไฮโดรคลอไรด์ 4% G อัตรา 3 กรัมต่อหลุม หรือ คาร์แทปไฮโดรคลอไรด์/ไอโซโปรคาร์บ 3%/3% GR อัตรา 2 กรัมต่อหลุม หรือ ไดโนทีฟูแรน 1% G อัตรา 2 กรัมต่อหลุม หรือ เบนฟูราคาร์บ 3% G อัตรา 2 กรัมต่อหลุม เมื่อใส่สารลงในหลุมแล้วให้โรยดินกลบสารบาง ๆ ก่อนทำการย้ายกล้าลงหลุมเพื่อป้องกันรากพืชสัมผัสสารโดยตรงซึ่งอาจทำให้เกิดความเป็นพิษต่อพืชได้
2. สุ่มสำรวจแตงโม 100 ยอดต่อไร่ ทุกสัปดาห์ โดยเคาะลงบนแผ่นพลาสติกสีดำ เมื่อพบเพลี้ยไฟฝ้ายเฉลี่ยมากกว่า 5 ตัวต่อยอด ทำการป้องกันกำจัดโดยใช้สารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพ เช่น สไปนีโทแรม 12% SC อัตรา 15 - 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไซแอนทรานิลิโพรล 10% OD อัตรา 30 - 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟิโพรนิล 5% SC อัตรา 40 - 50 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อีมาเมกตินเบนโซเอต 1.92% EC อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สไปโรมีซิเฟน 24% SC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อิมิดาโคลพริด 70% WG อัตรา 10 - 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คลอร์ฟีนาเพอร์ 10% SC อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ควรพ่นสารแบบสลับกลุ่มสารตามกลไกการออกฤทธิ์ ทุกรอบ 14 วัน โดยพ่นสารแต่ละกลุ่มไม่เกิน 3 ครั้งต่อรอบ

ที่อยู่

Chiang Kham
56110

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 17:00
อังคาร 07:00 - 17:00
พุธ 07:00 - 17:00
พฤหัสบดี 07:00 - 17:00
ศุกร์ 07:00 - 17:00
เสาร์ 07:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

0642456239

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เกษตร99ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง เกษตร99:

แชร์