บริษัท แสงทอง โบรคเกอร์ จำกัด

บริษัท แสงทอง โบรคเกอร์ จำกัด ทุกเรื่องบริการจบที่ แสงทอง โบรคเกอร์

ประกันภัยครบวงจร บริการทางด้านวิศวกรรม
Website : www.saengthong-broker.com
Add Line : https://saengthong-broker.com/line-page
Facebook Chat : https://saengthong-broker.com/facebook-chat

15/12/2025

🛠️🧐 ความรู้รอบรถ: อย่ามองแค่ "เบี้ยถูก"! เลือกประกันต้องเช็ก "อู่ซ่อม" ด้วยนะ! 🇹🇭
📢 หัวข้อ: ประกันรถยนต์ในไทย: ทำไม "อู่ในเครือ" ถึงสำคัญกว่าที่คิด! 3 สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนจ่ายเงิน!
ในประเทศไทย การเลือกประกันรถยนต์ไม่ได้วัดกันที่ราคาเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่ "คุณภาพและจำนวนของอู่ซ่อมในเครือ" ของบริษัทประกันนั้น มีผลต่อชีวิตหลังการเคลมของคุณอย่างมากค่ะ!

เรามาดูกันว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญและมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร:

1. 📍 การเลือกซ่อมที่ "อู่ในเครือ" (อู่ที่บริษัทประกันรับรอง)
✅ ข้อดีของการซ่อมอู่ในเครือ:
มาตรฐานที่มั่นใจได้: อู่เหล่านี้ผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานจากบริษัทประกันแล้ว ทำให้คุณมั่นใจได้ในคุณภาพงานซ่อมและอะไหล่ที่ใช้

ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า: หากเป็นอู่ในเครือ คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการสำรองเงินจ่ายค่าซ่อมเอง เพราะบริษัทประกันจะจัดการค่าใช้จ่ายกับอู่โดยตรง

เคลมรวดเร็ว: ขั้นตอนการประเมินราคาและการอนุมัติซ่อมระหว่างบริษัทประกันกับอู่ในเครือจะรวดเร็วกว่าอู่นอกเครือมาก

❌ ข้อเสียของการซ่อมอู่ในเครือ:
ทางเลือกจำกัด: หากคุณเดินทางไปต่างจังหวัดหรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกล อาจหาอู่ในเครือได้ยากกว่าอู่ทั่วไป

คิวอาจยาว: อู่ในเครือที่เป็นที่นิยม อาจมีคิวยาวในช่วงที่เกิดอุบัติเหตุเยอะ (เช่น ช่วงเทศกาล) ทำให้ต้องรอคิวนำรถเข้าซ่อมนานกว่าปกติ

2. 🏘️ การเลือกซ่อมที่ "อู่นอกเครือ" (อู่ที่คุณเลือกเอง)
✅ ข้อดีของการซ่อมอู่นอกเครือ:
เลือกได้ตามใจชอบ: คุณสามารถนำรถไปซ่อมที่อู่ประจำที่คุณไว้ใจ หรืออู่ที่เชี่ยวชาญรถรุ่นของคุณโดยเฉพาะ

ยืดหยุ่นเรื่องคิวซ่อม: อาจนำรถเข้าซ่อมได้เร็วกว่า เพราะไม่มีคิวเคลมจากบริษัทประกันมากนัก

❌ ข้อเสียของการซ่อมอู่นอกเครือ:
ต้องสำรองจ่ายไปก่อน: โดยปกติ คุณต้อง "จ่ายค่าซ่อมทั้งหมดเองไปก่อน" แล้วนำใบเสร็จไปเบิกเงินคืนจากบริษัทประกัน ซึ่งอาจใช้เวลาและทำให้เงินสดของคุณจมอยู่ช่วงหนึ่ง

ติดปัญหาการเบิกจ่าย: บริษัทประกันอาจขอตรวจสอบราคาประเมินค่าซ่อม หากพบว่าราคาสูงกว่าที่บริษัทอื่นประเมิน อาจมีการเจรจาหรือปฏิเสธการจ่ายบางส่วน

สรุป: ในการเลือกประกันรถยนต์ในไทย ให้ "ตรวจสอบรายชื่ออู่ในเครือ" ของบริษัทประกันนั้น ๆ ว่ามีอู่ที่คุณสะดวกและไว้วางใจหรือไม่ เพื่อให้การเคลมเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุดค่ะ!

✅ คลิกที่ลิงก์ เพื่อตรวจสอบรายชื่ออู่ในเครือของบริษัทประกันชั้นนำ พร้อมเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าได้เลย! 👇 https://portal.roojaipartners.com/ #/e8bee5c7fce6ee26

👉 ถ้าอยากรู้ว่าบริษัทประกันมีอู่ในเครือใกล้บ้านคุณไหม ทักมาให้เราช่วยเช็กพื้นที่ให้ได้เลยนะคะ!

#อู่ในเครือ #ประกันรถยนต์ #เคลมประกัน #เคล็ดลับประกันภัย #ความรู้เรื่องรถ #เลือกประกันให้ฉลาด

14/12/2025

🧐📄 ความรู้พื้นฐาน: "พรบ." กับ "ประกันถาคสมัครใจ(ประกันชั้น1 2+ 3+ 3" ต่างกันตรงไหน? 🔑
📢 หัวข้อ: เข้าใจง่ายใน 3 นาที! รู้ไหมว่า "ภาคบังคับ" และ "ภาคสมัครใจ" คุ้มครองคนละอย่าง?
หลายคนมีคำถามว่า "ในเมื่อฉันมีประกันชั้น 1 แล้ว ทำไมยังต้องทำ พรบ. อีก?" คำตอบง่าย ๆ คือ ทั้งสองแบบมีวัตถุประสงค์และการคุ้มครองที่ "ต่างกันโดยสิ้นเชิง" ค่ะ!

1. 🚨 ประกันภาคบังคับ: "พรบ." (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ)
✅ ข้อดีของ พรบ.:
คุ้มครอง "คน" เป็นหลัก: ถูกออกแบบมาเพื่อดูแลชีวิตและร่างกายของ "ผู้ประสบภัยจากรถ" ทุกคน ทั้งคนขับ, ผู้โดยสาร, และคู่กรณี (ไม่ว่าใครถูก/ผิด ก็รับค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นได้)

ราคาถูกและตายตัว: เบี้ยประกันมีราคาถูกมาก และถูกกำหนดโดยกฎหมาย (ต้องทำทุกคน!)

บังคับทำตามกฎหมาย: เป็นเอกสารเดียวที่ใช้ยืนยันในการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี

❌ ข้อเสียของ พรบ.:
ไม่คุ้มครอง "รถ" และ "ทรัพย์สิน": พรบ. จะไม่จ่ายค่าซ่อมรถของคุณ หรือค่าซ่อมทรัพย์สินของคู่กรณี (เช่น รั้ว, เสาไฟ) เลย

วงเงินจำกัด: วงเงินความคุ้มครองต่อคนถูกกำหนดไว้สูงสุดตามกฎหมาย ซึ่งอาจไม่เพียงพอหากเกิดเหตุรุนแรง

2. 🛡️ ประกันภาคสมัครใจ: (ชั้น 1, 2+, 3+, 3)
✅ ข้อดีของภาคสมัครใจ:
คุ้มครอง "รถ" และ "ทรัพย์สิน": สามารถเลือกความคุ้มครองความเสียหายต่อรถของคุณและทรัพย์สินของคู่กรณีได้ตามแผนที่เลือก (เช่น ชั้น 1 คุ้มครองรถคุณทั้งชนและหาย, ชั้น 3 คุ้มครองทรัพย์สินคู่กรณีเป็นหลัก)

วงเงินสูงกว่า: วงเงินความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินและบุคคลภายนอกกำหนดได้สูงกว่า พรบ. มาก (เช่น หลักล้านบาท) ทำให้สบายใจเมื่อเกิดอุบัติเหตุใหญ่

มีบริการช่วยเหลือ: มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน, รถยก, และการประสานงานเรื่องเคลมตลอด 24 ชั่วโมง(แล้วแต่บริษัท)

❌ ข้อเสียของภาคสมัครใจ:
เบี้ยประกันสูงกว่า: โดยเฉพาะประกันชั้น 1 หรือ 2+ ซึ่งมีราคาแพงกว่า พรบ. มาก

มีข้อยกเว้นตามเงื่อนไข: การจ่ายค่าสินไหมจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในกรมธรรม์ และการพิสูจน์ถูก/ผิด

บทสรุป: พรบ. คือ "ร่ม" ที่บังคับให้ต้องมี เพื่อคุ้มครองคน ส่วนประกันภาคสมัครใจคือ "เกราะ" ที่คุณเลือกเองเพื่อคุ้มครองรถและเงินในกระเป๋าของคุณค่ะ! ต้องมีทั้งคู่จึงจะอุ่นใจที่สุด!

✅ คลิกที่ลิงก์ เพื่อต่อ พรบ. และทำประกันภาคสมัครใจครบจบในที่เดียว! 👇 https://portal.roojaipartners.com/ #/e8bee5c7fce6ee26

👉 ถ้าอยากรู้ว่ารถของคุณเหมาะกับประกันภาคสมัครใจชั้นไหนที่สุด ทักมาให้เราช่วยแนะนำได้เลยนะคะ!

#พรบ #ประกันรถยนต์ #ประกันชั้น1 #ความรู้เรื่องรถ #ขับขี่ปลอดภัย #ภาคสมัครใจ

14/12/2025

⚖️💡 ความรู้รอบรถ: "เคลมประกัน" หรือ "จ่ายซ่อมเอง"? เลือกทางไหนคุ้มกว่ากัน!

💸📢 หัวข้อ: ก่อนโทรหาประกัน... ลองถามตัวเอง 2 ข้อนี้! การตัดสินใจวันนี้มีผลกับเบี้ยปีหน้า!เวลาที่รถมีรอยเล็ก ๆ น้อย ๆ เจ้าของรถทุกคนต้องเจอกับคำถามนี้: "เคลมดีไหม? หรือซ่อมเองไปเลย?" การตัดสินใจผิดพลาดอาจทำให้คุณเสียเงินมากกว่าที่คิด!

เรามาดูกันค่ะว่าแต่ละทางเลือกมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร:

1. ⚙️ ทางเลือกที่ 1: การเลือก "เคลมประกัน" (แจ้งบริษัทให้ซ่อมแซม)

✅ ข้อดีของการเคลมประกัน:ประหยัดเงินในกระเป๋าทันที: คุณไม่ต้องควักเงินก้อนใหญ่เพื่อจ่ายค่าซ่อมบำรุงในจุดนั้น (ยกเว้นค่าเสียหายส่วนแรกถ้ามี)

ซ่อมได้มาตรฐาน: มั่นใจได้ว่าการซ่อมจะทำโดยศูนย์/อู่ในเครือของบริษัทประกัน ซึ่งมักมีคุณภาพและมีการรับประกันงานซ่อม

❌ ข้อเสียของการเคลมประกัน:เสีย "ประวัติขับขี่ดี": หากคุณเป็นฝ่ายผิดหรือเป็นการเคลมแบบไม่มีคู่กรณี (เคลมแห้ง) ประวัติการเคลมของคุณจะถูกบันทึก ทำให้ เบี้ยประกันในปีถัดไปของคุณจะเพิ่มสูงขึ้น (อาจยกเลิกส่วนลดประวัติขับขี่ดี ต้องเสียเวลา: คุณต้องใช้เวลารอพนักงานเคลม และต้องเสียเวลานำรถเข้าอู่ซ่อมตามขั้นตอน

2. 🛠️ ทางเลือกที่ 2: การเลือก "จ่ายซ่อมเอง"✅ ข้อดีของการจ่ายซ่อมเอง:รักษา "ส่วนลดประวัติขับขี่ดี": ประวัติของคุณจะใสสะอาด ทำให้เบี้ยประกันในปีหน้ายังคงได้รับส่วนลดสูงสุดประหยัดเวลา: คุณสามารถนำรถไปซ่อมที่อู่ไหนก็ได้ตามที่คุณสะดวก โดยไม่ต้องรอขั้นตอนการอนุมัติของประกัน

❌ ข้อเสียของการจ่ายซ่อมเอง:ต้องจ่ายเงินก้อน: หากความเสียหายมีราคาสูง คุณต้องรับภาระค่าซ่อมเองทั้งหมดในทันทีคุณภาพงานซ่อม: หากเลือกอู่ที่ไม่คุ้นเคย อาจไม่มั่นใจในคุณภาพของงานซ่อมเท่าอู่ในเครือของบริษัทประกัน

💡 บทสรุปสั้น ๆ สำหรับการตัดสินใจ:ถ้า "ค่าซ่อม" น้อยกว่า "ส่วนลดประวัติขับขี่ดี" ที่จะเสียไป... แนะนำให้ "ซ่อมเอง" ค่ะ! (โดยเฉพาะรอยเล็กน้อย) แต่ถ้าเป็นความเสียหายใหญ่ ค่าซ่อมหลักหมื่น ให้เคลมประกันทันทีค่ะ!✅ อยากได้ประกันที่ให้ส่วนลดสูงสุดสำหรับคนขับดี และมีตัวเลือกค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ที่ยืดหยุ่น?คลิกเปรียบเทียบแผนและราคาที่ดีที่สุดได้เลย! 👇
https://portal.roojaipartners.com/ #/e8bee5c7fce6ee26

👉 ถ้าอยากรู้ว่าค่าซ่อมรอยเฉี่ยวเล็กน้อยประมาณกี่บาท ทักมาสอบถามราคากลางได้เลยนะคะ! #เคลมประกัน #เคล็ดลับประหยัด #ประกันรถยนต์ #เบี้ยประกัน #ซ่อมรถ #ความรู้เรื่องรถ

02/12/2025

⚖️💡 ความรู้รอบรถ: "เคลมประกัน" หรือ "จ่ายซ่อมเอง"? เลือกทางไหนคุ้มกว่ากัน! 💸📢

หัวข้อ: ก่อนโทรหาประกัน... ลองถามตัวเอง 2 ข้อนี้! การตัดสินใจวันนี้มีผลกับเบี้ยปีหน้า!เวลาที่รถมีรอยเล็ก ๆ น้อย ๆ เจ้าของรถทุกคนต้องเจอกับคำถามนี้: "เคลมดีไหม? หรือซ่อมเองไปเลย?"

การตัดสินใจผิดพลาดอาจทำให้คุณเสียเงินมากกว่าที่คิด! เรามาดูกันค่ะว่าแต่ละทางเลือกมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร:
1. ⚙️ ทางเลือกที่ 1: การเลือก "เคลมประกัน" (แจ้งบริษัทให้ซ่อมแซม)
✅ ข้อดีของการเคลมประกัน:ประหยัดเงินในกระเป๋าทันที: คุณไม่ต้องควักเงินก้อนใหญ่เพื่อจ่ายค่าซ่อมบำรุงในจุดนั้น (ยกเว้นค่าเสียหายส่วนแรกถ้ามี)ซ่อมได้มาตรฐาน: มั่นใจได้ว่าการซ่อมจะทำโดยศูนย์/อู่ในเครือของบริษัทประกัน ซึ่งมักมีคุณภาพและมีการรับประกันงานซ่อม
❌ ข้อเสียของการเคลมประกัน:เสีย "ประวัติขับขี่ดี": หากคุณเป็นฝ่ายผิดหรือเป็นการเคลมแบบไม่มีคู่กรณี (เคลมแห้ง) ประวัติการเคลมของคุณจะถูกบันทึก ทำให้ เบี้ยประกันในปีถัดไปของคุณจะเพิ่มสูงขึ้น (อาจยกเลิกส่วนลดประวัติขับขี่ดี $20\%-50\%$)ต้องเสียเวลา: คุณต้องใช้เวลารอพนักงานเคลม และต้องเสียเวลานำรถเข้าอู่ซ่อมตามขั้นตอน

2. 🛠️ ทางเลือกที่ 2: การเลือก "จ่ายซ่อมเอง"
✅ ข้อดีของการจ่ายซ่อมเอง:รักษา "ส่วนลดประวัติขับขี่ดี": ประวัติของคุณจะใสสะอาด ทำให้เบี้ยประกันในปีหน้ายังคงได้รับส่วนลดสูงสุดประหยัดเวลา: คุณสามารถนำรถไปซ่อมที่อู่ไหนก็ได้ตามที่คุณสะดวก โดยไม่ต้องรอขั้นตอนการอนุมัติของประกัน
❌ ข้อเสียของการจ่ายซ่อมเอง:ต้องจ่ายเงินก้อน: หากความเสียหายมีราคาสูง คุณต้องรับภาระค่าซ่อมเองทั้งหมดในทันทีคุณภาพงานซ่อม: หากเลือกอู่ที่ไม่คุ้นเคย อาจไม่มั่นใจในคุณภาพของงานซ่อมเท่าอู่ในเครือของบริษัทประกัน💡 บทสรุปสั้น ๆ สำหรับการตัดสินใจ:ถ้า "ค่าซ่อม" น้อยกว่า "ส่วนลดประวัติขับขี่ดี" ที่จะเสียไป... แนะนำให้ "ซ่อมเอง" ค่ะ! (โดยเฉพาะรอยเล็กน้อย) แต่ถ้าเป็นความเสียหายใหญ่ ค่าซ่อมหลักหมื่น ให้เคลมประกันทันทีค่ะ!

✅ อยากได้ประกันที่ให้ส่วนลดสูงสุดสำหรับคนขับดี และมีตัวเลือกค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ที่ยืดหยุ่น?คลิกเปรียบเทียบแผนและราคาที่ดีที่สุดได้เลย!

👇https://portal.roojaipartners.com/ #/e8bee5c7fce6ee26

👉 ถ้าอยากรู้ว่าค่าซ่อมรอยเฉี่ยวเล็กน้อยประมาณกี่บาท ทักมาสอบถามราคากลางได้เลยนะคะ!

#เคลมประกัน #เคล็ดลับประหยัด #ประกันรถยนต์ #เบี้ยประกัน #ซ่อมรถ #ความรู้เรื่องรถ

02/12/2025

🚗💥 ความรู้รอบรถ: เคลมประกันอย่างไร เมื่อ "ชนเสา/ชนฟุตบาท" คนเดียว? 📝
📢 หัวข้อ: 4 ขั้นตอนง่าย ๆ สำหรับ "การเคลมแห้ง" หรือ "เคลมแบบไม่มีคู่กรณี" (สำหรับประกันชั้น 1)
เคยไหมคะที่เผลอถอยไปชนกระถางต้นไม้, เบียดฟุตบาท, หรือโดนมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวแล้วหนี? 😩 แม้จะไม่มีคู่กรณี แต่ถ้ามีรอย เราก็สามารถเคลมประกันชั้น 1 ได้ค่ะ!

การเคลมลักษณะนี้เรียกว่า "เคลมแห้ง" หรือ "เคลมไม่มีคู่กรณี" แต่มีขั้นตอนที่คุณต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียเวลาและเสียสิทธิ์ในการเคลมค่ะ!

🔑 4 ขั้นตอนการเคลมแห้งที่ต้องทำ:
1. 📞 โทรแจ้งเหตุทันที (สำคัญมาก!)
เมื่อเห็นรอยหรือเกิดความเสียหาย ให้โทรแจ้งบริษัทประกันของคุณทันที (ไม่ต้องรอ) แม้ว่าจะเป็นรอยเล็กน้อยก็ตาม

สิ่งที่ต้องแจ้ง: วันที่, เวลา, สถานที่โดยประมาณที่เกิดเหตุ (แม้จะจำไม่ได้ชัดเจนนัก), ลักษณะของความเสียหายที่เกิดขึ้น

คำแนะนำ: หากคุณมีหลายรอยที่เกิดขึ้นคนละเวลา หรือคนละเหตุการณ์ ให้แยกแจ้งทีละรอย! อย่ารวมหลายรอยในครั้งเดียว เพราะจะทำให้พนักงานเคลมสับสนและอาจติดปัญหาในการอนุมัติ

2. 📝 ถ่ายรูปรถและจุดเสียหาย
ถ่ายรูปความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

ถ่ายรูปรถในภาพรวม เพื่อแสดงให้เห็นตำแหน่งของรอย (ใช้ในประกอบการทำเรื่องเคลม)

3. 🚗 นำรถเข้าตรวจสภาพ
เมื่อแจ้งเคลมแล้ว พนักงานจะออก "ใบเคลม" (Claim Form) ให้คุณ

นำรถและใบเคลมนี้ไปติดต่อที่อู่ซ่อมหรือศูนย์บริการในเครือที่สะดวก

4. 💸 พิจารณา "ค่า Excess" (ค่าเสียหายส่วนแรก)
หากรอยที่เคลมนั้น "ไม่สามารถระบุวัน, เวลา, และสถานที่เกิดเหตุที่แน่นอน" ได้ บริษัทประกันบางแห่งอาจเรียกเก็บ "ค่าเสียหายส่วนแรก (Excess)" เป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท/เหตุการณ์ (สำหรับการเคลมแห้งที่ผิดเงื่อนไขการแจ้งเหตุ)

เคล็ดลับ: หากรอยนั้นเกิดขึ้นชัดเจนจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง และคุณจำรายละเอียดได้ ให้แจ้งรายละเอียดให้ชัดเจนที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงค่า Excess 1,000 บาทนี้ค่ะ!

สรุป: ประกันชั้น 1 คุ้มครองความเสียหายแบบไม่มีคู่กรณีอยู่แล้ว เพียงแค่ทำตามขั้นตอนการแจ้งเหตุให้ถูกต้องตามที่บริษัทกำหนด คุณก็จะได้เคลมแบบราบรื่น ไม่เสียสิทธิ์ค่ะ!

✅ อยากได้ประกันชั้น 1 ที่มีบริการเคลมที่รวดเร็วและเข้าใจง่าย? คลิกเปรียบเทียบแผนประกันชั้น 1 ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้เลย! 👇 https://portal.roojaipartners.com/ #/e8bee5c7fce6ee26

👉 ถ้ามีคำถามเกี่ยวกับการเคลมแบบใด ๆ ทักมาได้เลยนะคะ เราพร้อมให้คำปรึกษาค่ะ!

#เคลมประกัน #เคลมแห้ง #ประกันชั้น1 #ไม่มีคู่กรณี #ความรู้เรื่องรถ #ขับขี่ปลอดภัย

22/11/2025

รถเก่าต้องซื้อประกันชั้น 1 ไหม? เลือกความคุ้มครองอย่างไรให้ "คุ้มค่า" ที่สุดตามอายุรถ!เคยสงสัยไหมคะว่า รถเราอายุเท่านี้แล้ว ยังจำเป็นต้องซื้อประกันชั้น 1 ที่เบี้ยแพงอยู่ไหม? การเลือกประกันให้เหมาะสมกับอายุและมูลค่าของรถ จะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้เป็นหมื่นต่อปีเลยนะคะ!

💰มาดูกันค่ะว่า รถของคุณควรเลือกประกันชั้นไหนถึงจะเรียกว่า "คุ้มค่า" ที่สุด!📊 แนวทางการเลือกประกันตามอายุรถอายุรถ (โดยประมาณ)ประเภทประกันที่แนะนำเหตุผลที่ควรเลือก0 – 5 ปี (รถใหม่)ประกันชั้น 1รถยังมีมูลค่าสูง ค่าซ่อมแพง หากเกิดอุบัติเหตุ ประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองสูงสุด ทั้งรถชนรถ, รถชนสิ่งของ, ไฟไหม้, น้ำท่วม, และรถหาย5 – 7 ปี (รถปานกลาง)ประกันชั้น 2+ หรือ 3+มูลค่ารถเริ่มลดลง เบี้ยชั้น 1 อาจไม่คุ้มค่า การเลือก 2+ (คุ้มครองรถหาย/ไฟไหม้ และรถชนรถ) หรือ 3+ (คุ้มครองเฉพาะรถชนรถ) เป็นทางเลือกที่คุ้มกว่า โดยเน้นคุ้มครองกรณีชนคู่กรณี7 ปีขึ้นไป (รถเก่า)ประกันชั้น 3 หรือ 3+เน้นความคุ้มครอง "ทรัพย์สินคู่กรณี" และ "ชีวิต/ร่างกาย" ของคู่กรณีเป็นหลัก เบี้ยถูกมาก แต่ยังสามารถเลือก 3+ เพื่อคุ้มครองรถเราเองเฉพาะกรณีชนกับรถได้

💡 เคล็ดลับเพิ่มเติมในการเลือก:พฤติกรรมการขับขี่: หากคุณใช้รถทุกวัน และต้องขับในชั่วโมงเร่งด่วน หรือที่จอดรถมีความเสี่ยงสูง (โดนเฉี่ยวชนบ่อย) ชั้น 1 หรือ 2+ ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยมูลค่าอะไหล่รถ: แม้รถจะเก่า แต่ถ้าเป็นรถยุโรป หรือรถที่อะไหล่หายาก/แพง ชั้น 1 หรือ 2+ ยังจำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีเงินซ่อมแซมได้งบประมาณ: ถ้าต้องการจ่ายเบี้ยถูกที่สุด โดยเน้นเพียงแค่การรับผิดชอบต่อคู่กรณี ชั้น 3 คือคำตอบที่ตอบโจทย์และประหยัดที่สุดค่ะสรุป: เลือกประกันตามอายุรถและพฤติกรรมการใช้งาน เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่ "พอดี" และไม่จ่ายเบี้ยแพงเกินความจำเป็นค่ะ!

✅ คลิกที่ลิงก์ เพื่อคำนวณเบี้ยประกันที่เหมาะสมกับ "อายุรถ" และ "รุ่นรถ" ของคุณได้เลย! 👇https://portal.roojaipartners.com/ #/e8bee5c7fce6ee26👉 ถ้าไม่แน่ใจว่ารถของคุณเหมาะกับประกันชั้นไหนที่สุด ทักมาปรึกษาเราได้เลยนะคะ! #ประกันรถยนต์ #ประกันตามอายุรถ #ประกันชั้น1 #ประกัน2บวก #เคล็ดลับประหยัด #ความรู้เรื่องรถ

22/11/2025

ความรู้รอบรถ: อย่าจ่ายเบี้ยประกันราคาเต็ม! 🤫📢 หัวข้อ: 3 ตัวช่วยสำคัญ ที่ทำให้ "เบี้ยประกัน" รถยนต์ของคุณถูกลงได้กว่า 50%!คุณเคยรู้สึกไหมว่า ทำไมเบี้ยประกันรถยนต์ต้องแพงขึ้นทุกปี? ทั้ง ๆ ที่รถก็ขับดี ไม่เคยเคลมเลย? 😥ความจริงแล้ว การต่อประกันใหม่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องจ่ายราคาเต็มเสมอไปค่ะ! เรามี 3 เคล็ดลับ ที่ช่วยให้คุณได้รับส่วนลดสูงสุดจากการเป็นลูกค้าที่ดี!🔑 1. ส่วนลดจาก "ประวัติการขับขี่ดี" (No-Claim Bonus)นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด! หากคุณเป็นลูกค้าที่ "ไม่เคยเคลม" หรือ "เคลมแบบมีคู่กรณีที่พิสูจน์ได้ว่าคุณไม่ผิด" ติดต่อกันมาหลายปี บริษัทประกันจะให้ส่วนลดพิเศษแก่คุณ!ปีที่ 1: ส่วนลดประมาณ $20\%-30\%$ปีที่ 2-3: ส่วนลดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจสูงถึง $50\%$👉 เคล็ดลับ: หากคุณเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยและประเมินแล้วว่าค่าซ่อมถูกกว่าเบี้ยที่เพิ่มขึ้นในปีหน้า อาจเลือกจ่ายค่าซ่อมเอง เพื่อรักษาส่วนลดประวัติการขับขี่ดีเอาไว้ค่ะ!🔑 2. ส่วนลดจากการ "ระบุชื่อผู้ขับขี่"หากคุณมั่นใจว่ารถคันนี้มีคนขับประจำไม่เกิน 2 คน การระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์จะทำให้เบี้ยถูกลงอย่างมาก!ลดได้สูงสุดถึง $20%!เงื่อนไข: บริษัทประกันจะให้ส่วนลดตามช่วงอายุของผู้ขับขี่ที่อายุน้อยที่สุดที่ระบุชื่อ🔑 3. ส่วนลดจากการ "ซื้อออนไลน์" และ "เลือกความรับผิดส่วนแรก"ซื้อออนไลน์ (Direct Sales): หลายบริษัทจะให้ส่วนลดทันทีเมื่อคุณซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ เพราะเป็นการลดต้นทุนการตลาดและการดำเนินการลงค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible): หากคุณเลือกจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเองจำนวนหนึ่ง (เช่น 5,000 บาท) ในกรณีที่คุณเป็นฝ่ายผิดหรือหาคู่กรณีไม่ได้ เบี้ยประกันรายปีของคุณจะถูกลงอย่างเห็นได้ชัด!สรุป: อย่าปล่อยให้เบี้ยประกันแพงโดยไม่จำเป็น! ใช้สิทธิ์ "ลูกค้าชั้นดี" ของคุณเพื่อต่อรองและรับส่วนลดสูงสุดในการต่ออายุครั้งหน้าค่ะ!✅ อยากได้ประกันที่ให้ส่วนลดสูงสุดตามประวัติการขับขี่ดีของคุณ?คลิกดูแผนและคำนวณราคาที่คุณจะได้รับส่วนลดได้เลย! 👇https://portal.roojaipartners.com/ #/e8bee5c7fce6ee26👉 ทักมาสอบถามได้เลยค่ะ เราพร้อมช่วยคุณเปรียบเทียบส่วนลดที่คุณมีสิทธิ์ได้รับ! #ส่วนลดประกัน #ประกันรถยนต์ #ประหยัดค่าใช้จ่าย #ขับขี่ดี #เคล็ดลับประกันภัย

21/11/2025

แน่นอนค่ะ! เนื่องจากวันศุกร์ (ช่วงเย็น) เป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่วางแผนเดินทางหรือเริ่มขับรถกลับบ้าน/ไปเที่ยว โพสต์ความรู้ที่เน้น "การรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินบนท้องถนน" จะเป็นประโยชน์อย่างมากและกระตุ้นความสนใจได้ดีค่ะ

นี่คือร่างโพสต์ความรู้เกี่ยวกับรถและประกันสำหรับช่วงเย็นวันนี้ค่ะ

💥🚦 ความรู้ฉบับเร่งด่วน: ทำอย่างไรเมื่อ "เกิดอุบัติเหตุ" บนถนน 🚨
📢 หัวข้อ: ชนแล้วอย่าเพิ่งตกใจ! 5 ขั้นตอนที่คุณต้องทำเพื่อเคลมประกันให้ง่ายที่สุด
สวัสดีค่ะทุกคน! ใครกำลังขับรถอยู่ หรือกำลังจะออกเดินทางเย็นนี้... แวะอ่านสักนิดนะคะ!

ไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว การจัดการที่ถูกต้องในนาทีแรก จะช่วยให้ขั้นตอนการเคลมประกันของคุณง่ายขึ้น 10 เท่า!

💡 5 ขั้นตอนฉุกเฉิน เมื่อคุณเกิดอุบัติเหตุ
🛑 ตั้งสติและเปิดไฟฉุกเฉิน (ห้ามตกใจ!)
สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัย! นำรถเข้าข้างทางทันที (ถ้าทำได้) เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และเปิดไฟฉุกเฉินเพื่อเตือนรถคันอื่น

ดูอาการผู้บาดเจ็บ (ถ้ามี) และโทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน (1669) ทันที

📸 ถ่ายรูปที่เกิดเหตุให้มากที่สุด
สำคัญมาก! ถ่ายรูปรถทุกคันที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะมีการเคลื่อนย้าย

ถ่ายรูปป้ายทะเบียนรถคู่กรณี, ร่องรอยความเสียหายของรถคุณและคู่กรณี, และสภาพแวดล้อมโดยรอบ (เช่น ป้ายจราจร, รอยเบรก, สภาพถนน)

ถ่ายรูปให้เห็นมุมกว้าง เพื่อให้พนักงานเคลมเห็นภาพรวมของเหตุการณ์

📞 โทรหาบริษัทประกันของคุณทันที
โทรแจ้งเหตุกับเบอร์ฉุกเฉินของบริษัทประกันที่คุณถือกรมธรรม์อยู่ (อย่าลืมเมมเบอร์ไว้)

แจ้งรายละเอียด เหตุการณ์, สถานที่, และลักษณะความเสียหาย

ทำตามคำแนะนำของพนักงานประกัน และรอพนักงานเคลมมาถึงจุดเกิดเหตุ

📝 อย่าเพิ่ง "รับผิด" หรือ "เซ็นเอกสาร" โดยไม่มีพนักงาน
พูดคุยกับคู่กรณีอย่างสุภาพ แต่ หลีกเลี่ยงการตัดสิน ว่าใครผิดใครถูก หรือตกลงเรื่องค่าเสียหายเอง

รอให้พนักงานเคลมมาถึงและเป็นคนกลางในการพิจารณา

🔑 ถ้าเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อย (ไม่มีคู่กรณี) ให้เคลื่อนย้ายรอ
ถ้าชนเสา, ชนฟุตบาท, หรือรถเสียหายเล็กน้อย และ ไม่มีคู่กรณี และรถยังขับได้ ให้ขับไปรอในที่ปลอดภัย (เช่น ปั๊มน้ำมันใกล้เคียง) แล้วโทรแจ้งประกัน เพื่อให้พนักงานเคลมเดินทางไปหาคุณในที่ที่สะดวกกว่า

ขอให้ทุกคนขับรถด้วยความระมัดระวังนะคะ! มีสติอยู่เสมอ... แต่ถ้าพลาดพลั้งก็ไม่เป็นไร เพราะเรามีประกันคอยดูแล! 😉

✅ เช็กความคุ้มครอง และซื้อประกันที่เคลมง่ายได้ 24 ชั่วโมง: คลิกดูรายละเอียดและชำระเงินออนไลน์ได้เลย 👇 https://portal.roojaipartners.com/ #/e8bee5c7fce6ee26

👉 ถ้าอยากรู้ว่าประกันชั้นไหนที่เหมาะกับรถของคุณที่สุด ทักมาสอบถามได้เลยนะคะ!

#เคลมประกัน #อุบัติเหตุ #ขับขี่ปลอดภัย #ประกันรถยนต์ #ความรู้เรื่องรถ #เบอร์ฉุกเฉิน

21/11/2025

3 เรื่องเข้าใจผิด! คิดว่า "ประกันชั้น 1" คุ้มครองแน่ ๆ ...แต่ความจริงคือไม่!
หลายคนคิดว่าจ่ายเบี้ยแพงสุด ซื้อ "ประกันชั้น 1" แล้วคือจบ! ไม่ว่ารถจะเกิดอะไรขึ้น ประกันจัดการให้หมด... แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ! ความจริงมีบางข้อยกเว้นที่คุณควรรู้ เพื่อไม่ให้ต้องเสียเงินเองโดยไม่จำเป็น!

❌ 1. ค่าเสื่อมสภาพของอะไหล่รถ (หรือการสึกหรอตามอายุ)
สิ่งที่เข้าใจผิด: คิดว่าถ้าชิ้นส่วนเสื่อมสภาพ เช่น โช้คอัพรั่ว หรือแบตเตอรี่เสื่อม ประกันจะซ่อมให้

ความจริงคือ: ประกันชั้น 1 ถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครอง "ความเสียหายจากอุบัติเหตุ" เท่านั้น ไม่ใช่การซ่อมบำรุงตามระยะเวลาการใช้งานปกติ (Wear and Tear) ดังนั้น หากอะไหล่เสียหรือเสื่อมสภาพตามอายุรถ คุณต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้เองค่ะ

❌ 2. ความเสียหายจากการลากจูงที่ "ไม่ได้แจ้ง" ประกัน
สิ่งที่เข้าใจผิด: ถ้าเกิดรถเสีย แล้วจ้างรถยกที่ไม่ใช่ของบริษัทประกันมาลากไปซ่อม ประกันจะรับผิดชอบค่าเสียหายจากการลาก

ความจริงคือ: หากรถเสียหรือมีอุบัติเหตุ ควรโทรแจ้งบริษัทประกันก่อนเสมอ! หากคุณเรียกบริการลากจูงมาเองและเกิดความเสียหายเพิ่มเติมระหว่างการลากจูงนั้น ประกันอาจไม่คุ้มครอง หรือต้องมีการพิจารณาเป็นกรณีไป

💡 เคล็ดลับ: เช็กกรมธรรม์ว่ามี "บริการรถยกฉุกเฉิน 24 ชม." ฟรีหรือไม่!

❌ 3. การใช้งานรถในทางที่ผิดกฎหมาย (เช่น แข่งรถ, ดัดแปลงผิดประเภท)
สิ่งที่เข้าใจผิด: ไม่ว่าคุณจะทำอะไรกับรถ ประกันก็ต้องรับผิดชอบความเสียหาย

ความจริงคือ: ประกันมีข้อยกเว้นชัดเจนสำหรับพฤติกรรมที่เสี่ยงอันตราย หรือใช้รถในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น การใช้รถเพื่อการแข่งขันความเร็ว, การขับรถขณะมึนเมาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือการดัดแปลงรถที่ไม่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งและทำให้เกิดความเสียหาย

สรุป: ประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมที่สุดในตลาด แต่การรู้ข้อยกเว้นเหล่านี้จะช่วยให้คุณใช้งานรถได้อย่างปลอดภัยและเคลมประกันได้อย่างราบรื่นค่ะ! 📝

✅ อยากได้ประกันชั้น 1 ที่ระบุความคุ้มครองชัดเจน ไม่ต้องกลัวถูกเอาเปรียบ? คลิกเปรียบเทียบแผนและราคาที่ดีที่สุดได้เลย! 👇 https://portal.roojaipartners.com/ #/e8bee5c7fce6ee26

👉 ถ้าอยากรู้ว่าประกันชั้น 1 คุ้มครองรถคุณกรณีไหนบ้าง ทักมาให้เราช่วยดูรายละเอียดได้เลยนะคะ!

#ประกันชั้น1 #ความรู้เรื่องประกัน #รถยนต์ #ขับขี่ปลอดภัย #ประกันภัย #เคลมง่าย

21/11/2025

ประกันรถมีแล้ว ทำไมต้องมี "พรบ."? ถ้าไม่มีแล้วเกิดอุบัติเหตุจะเกิดอะไรขึ้น? 💸หลายคนมีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประกันชั้น 1, 2+, 3+) อยู่แล้ว และคิดว่า "พรบ." (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ) ไม่จำเป็น หรือไม่รู้ว่ามันแตกต่างกันอย่างไรความจริงคือ: พรบ. เป็นเรื่อง "บังคับตามกฎหมาย" และมันมีบทบาทที่ "ทดแทนไม่ได้" แม้ว่าคุณจะมีประกันชั้น 1 ก็ตาม!
🔑 1. พรบ. คุ้มครองใคร? (คนสำคัญที่สุด)คุ้มครอง "คน" ไม่ใช่ "รถ": พรบ. ถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครอง "ผู้ประสบภัยจากรถ" ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนขับ, ผู้โดยสาร, หรือแม้แต่คนเดินเท้าที่ถูกรถของคุณชนคุ้มครองเบื้องต้นทันที: ไม่ต้องรอพิสูจน์ถูก/ผิด ก็สามารถรับการรักษาพยาบาลเบื้องต้นได้ทันทีตามวงเงินที่กำหนด
💰 2. วงเงินคุ้มครอง (สำคัญมาก!)ประเภทความคุ้มครองวงเงินสูงสุด (ต่อคน)ค่ารักษาพยาบาล (ตามจริง)80,000 บาทเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวร500,000 บาท
🚨 3. หากรถ "ไม่มี พรบ." จะเกิดอะไรขึ้น?ถูกปรับหนัก: มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด: หากรถไม่มี พรบ. และคุณเกิดอุบัติเหตุจนมีผู้บาดเจ็บ คุณต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ด้วยเงินส่วนตัวไปก่อน! และเงินส่วนนี้อาจสูงเกินกว่า 100,000 บาทได้ง่าย ๆต่อภาษีไม่ได้: รถที่ไม่ต่อ พรบ. จะไม่สามารถต่อภาษีประจำปีได้ ทำให้รถผิดกฎหมายและอาจถูกยึดได้สรุป: ประกันภัยรถยนต์ที่คุณซื้อ (ชั้น 1, 2+, 3+) คือการคุ้มครอง "รถ" และความเสียหายต่อ "ทรัพย์สิน" ส่วน พรบ. คือการคุ้มครอง "ชีวิตและร่างกาย" ของคนค่ะ! ต้องมีทั้งคู่เพื่อความสบายใจสูงสุด!

✅ หมดกังวลเรื่อง พรบ. และประกันภาคสมัครใจ!คลิกต่อ พรบ. และทำประกันภาคสมัครใจครบจบในที่เดียว! 👇https://portal.roojaipartners.com/ #/e8bee5c7fce6ee26👉 อยากรู้ว่ารถของคุณ พรบ. หมดอายุหรือยัง? ทักมาให้เราช่วยเช็กให้ได้เลยนะคะ! #พรบ #ประกันรถยนต์ #กฎหมายรถยนต์ #ขับขี่ปลอดภัย #ความรู้เรื่องประกัน #คุ้มครองคน

21/11/2025

3 สิ่ง "ต้องเช็ก" ก่อนออกเดินทางไกล (เพื่อไม่ให้ต้องมานั่งเสียใจกับเรื่องประกัน!)
สวัสดีค่ะทุกคน! วันนี้วันศุกร์แล้ว! ใครกำลังวางแผนขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์บ้างคะ? 🙋‍♀️

ก่อนจะออกเดินทางไปสนุกกับทริป เรามาเช็กความพร้อมของ "รถ" และ "ประกัน" กันก่อนดีกว่าค่ะ เพราะอุบัติเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการประมาทเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่แหละค่ะ!

🚦 1. เช็กสภาพรถให้ชัวร์ (พื้นฐานที่สำคัญที่สุด!)
การตรวจเช็กง่าย ๆ เพียง 5 นาที ช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้กว่า 80%!

ยางและลมยาง: อย่าลืมเติมลมยางให้เหมาะสมกับการเดินทางไกล (อาจเพิ่มกว่าปกติเล็กน้อยเมื่อบรรทุกหนัก) และดูว่าดอกยางยังอยู่ในสภาพดี ไม่สึกหรอจนเกินไป

ของเหลว (น้ำมันเครื่อง/น้ำหล่อเย็น): ตรวจสอบระดับของเหลวสำคัญให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อป้องกันเครื่องยนต์โอเวอร์ฮีทระหว่างทาง

ไฟส่องสว่าง: เช็กไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก และไฟเลี้ยวให้ทำงานครบถ้วน เพื่อความปลอดภัยในการมองเห็นและการสื่อสารกับรถคันอื่น

📄 2. เช็กเอกสาร "สำคัญที่สุด" ที่ต้องมีติดรถ
เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เอกสารเหล่านี้จะช่วยให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว:

สำเนาคู่มือรถ (เล่มสีฟ้า): ใช้ยืนยันความเป็นเจ้าของรถ ณ จุดเกิดเหตุ

กรมธรรม์ประกันภัย: ที่สำคัญคือ "เบอร์ติดต่อบริษัทประกัน" ควรเมมเบอร์ไว้ในมือถือ หรือถ่ายรูปหน้ากรมธรรม์ที่ระบุเบอร์โทรฉุกเฉินเก็บไว้ในเครื่อง

ใบขับขี่: แน่นอนว่าขาดไม่ได้ค่ะ!

📞 3. เช็ก "บริการเสริม" ที่คุณมีจากประกัน
รู้ไหมว่า ประกันที่คุณจ่ายเบี้ยไป ไม่ได้คุ้มครองแค่เรื่องชนเท่านั้น แต่ยังมีบริการพิเศษที่คุณอาจลืมไปแล้ว!

บริการรถยก/รถลากฉุกเฉิน: หากรถเสียระหว่างทาง บริษัทประกันส่วนใหญ่มักจะมีบริการนี้ฟรีตามระยะทางที่กำหนด

บริการประสานงานฉุกเฉิน: หากเกิดเหตุสุดวิสัยนอกเหนือจากอุบัติเหตุ (เช่น ยางแบน แบตหมด) ประกันบางแผนอาจมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง

ก่อนออกเดินทางอย่าลืมถ่ายรูปกรมธรรม์ประกันติดไว้ในโทรศัพท์นะคะ! ถ้าเกิดอะไรขึ้น โทรหาเบอร์ฉุกเฉินของบริษัทประกันทันที ไม่ต้องรอ!

ขอให้ทุกคนเดินทางปลอดภัย ขับรถด้วยความระมัดระวัง และกลับมาพร้อมเรื่องราวดี ๆ นะคะ! 😊

✅ อยากได้ประกันที่คุ้มครองครอบคลุม และมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินที่ดีเยี่ยม? คลิกดูรายละเอียดและซื้อออนไลน์ได้เลย 👇 https://portal.roojaipartners.com/ #/e8bee5c7fce6ee26

👉 ถ้ามีคำถามเกี่ยวกับความคุ้มครอง หรืออยากรู้เบอร์โทรฉุกเฉินของประกัน ทักมาได้เลยนะคะ!

#ขับขี่ปลอดภัย #ประกันรถยนต์ #วันหยุดยาว #เช็กรถก่อนเดินทาง #ความรู้เรื่องรถ #เดินทางปลอดภัย

19/11/2025

NETA ก็ขับดี ประกันก็ต้องดีกว่า! อย่าให้ค่าซ่อมมาทำให้กังวล!

ถึงเจ้าของ NETA V หรือ NETA X ทุกท่าน
เรารู้ดีว่าทำไมคุณถึงเลือก NETA! เพราะมันคือรถ EV ที่คุ้มค่า ใช้งานง่าย และตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้ดีเยี่ยม 💖

แต่มีเรื่องหนึ่งที่เจ้าของรถไฟฟ้าทุกคนกังวลเหมือนกันหมด... คือ "ค่าใช้จ่ายก้อนโต" ที่อาจตามมา 😱

🚨 ปัญหาที่คนใช้ EV เจอ:
หาประกันชั้น 1 ยาก แต่ที่่นี่ มีมาให้แล้ว

✅ เราเข้าใจ NETA และจัดการปัญหานี้ให้คุณ!
ประกันที่เรานำเสนอ ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ โดยคำนึงถึงลักษณะการขับขี่ ซึ่งเบี้ยประกันจะเป็นไปตามลักษณะการใช้รถครับ

🔌 คุ้มครอง Wallbox ที่บ้าน: ดูแลตู้ชาร์จไฟ NETA (Wallbox) ของคุณจากความเสียหายด้วย! (สามารถเลือกได้)

🛠️ อู่ซ่อมและช่างผู้ชำนาญ EV: ไม่ต้องลุ้น! เรามีเครือข่ายศูนย์ซ่อมที่ไว้ใจได้ ซึ่งมีช่างที่รู้เรื่องระบบไฟฟ้าของ NETA เป็นอย่างดี

✨ ขับ NETA ด้วยความสบายใจเต็มร้อย!
การลงทุนในประกันที่เข้าใจรถ NETA ของคุณ คือการลงทุนใน "ความอุ่นใจระยะยาว" ค่ะ! ให้คุณได้สนุกกับการขับขี่และประหยัดค่าใช้จ่าย โดยไม่ต้องกลัวว่าต้องแบกรับภาระค่าซ่อมก้อนใหญ่คนเดียว

💸 คลิกเลย! ดูแผนประกันที่ให้ความคุ้มครองแบตเตอรี่ที่เหมาะสมกับ NETA ของคุณ! 👇

⚡️ ลิงค์ซื้อและชำระเงินออนไลน์ (ง่ายกว่าการไปรอที่ศูนย์): https://portal.roojaipartners.com/ #/e8bee5c7fce6ee26

👉 ถ้าอยากรู้ว่าความคุ้มครองแบตเตอรี่จะลดลงตามปีรถอย่างไรบ้าง หรือมีคำถามเฉพาะรุ่น NETA ทักมาได้เลยนะคะ!

#ประกันรถNETA #รถไฟฟ้า #คุ้มครองแบตเตอรี่ #ขับNETAให้สบายใจ

ที่อยู่

1 ซอยบางกระดี่ 1 แยก 10 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน
Bangkok
10150

เวลาทำการ

จันทร์ 07:30 - 21:30
อังคาร 07:30 - 21:30
พุธ 07:30 - 21:30
พฤหัสบดี 07:30 - 21:30
ศุกร์ 07:30 - 21:30
เสาร์ 07:30 - 21:30
อาทิตย์ 07:30 - 21:30

เบอร์โทรศัพท์

+66841033339

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บริษัท แสงทอง โบรคเกอร์ จำกัดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง บริษัท แสงทอง โบรคเกอร์ จำกัด:

แชร์