บริษัท แมค-ไนน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด

บริษัท แมค-ไนน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด รับออกแบบและติดตั้งงานระบบประกอบอ?

บริษัท แมค-ไนน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและติดตั้งงานระบบปรับอากาศ-ระบายอากาศ , ระบบสุขาภิบาล , ระบบป้องกันอัคคีภัย และระบบไฟฟ้า ตามหลักวิศวกรรมโดยบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และมากด้วยประสปการณ์ด้านงานวิศวกรรม
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของโครงการ ให้ดำเนินการออกแบบ จัดหา และติดตั้งงานระบบประกอบอาคารประเภทต่าง ๆ อาทิเช่น ห้างสรรพสินค้า

อาคารศูนย์กระจายสินค้า อาคารชุดพักอาศัย อาคารสำนักงาน อาคารหน่วยงานราชการ และโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีผลงานเป็นที่ยอมรับจากเจ้าของโครงการต่าง ๆ เป็นอย่างดี
บริษัทฯ ตระหนักถึงความปลอดภัยตามนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมการทำงาน อีกทั้งยังพัฒนาบุคลากร
การอบรม และเน้นการประเมินผลงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และบริษัทฯ ยังมุ่งมั่นพัฒนาระบบการทำงานให้ได้คุณภาพมาตรฐาน และปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องด้วยจริยธรรมและจิตสำนึกแห่งจรรยาบรรณวิชาชีพอีกด้วย

01/05/2026

📌ต่อจาก post ที่แล้วที่ผมได้พูดไปเกี่ยวกับเรื่องการใช้ท่อ​ HDPE สำหรับเดินเป็นท่อในระบบดับเพลิงที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐาน AWWA C906 ครั้งนี้จะมาอธิบายกันต่อว่ามาตรฐานหรือข้อกำหนดนี้เขาพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ?..
👉มาตรฐาน AWWA C906 คืออะไร:

มันคือมาตรฐานของท่อ HDPE/PE แบบรับแรงดัน สำหรับงานท่อน้ำขนาดใหญ่
โดย NFPA เอามาตรฐานนี้มาใช้อ้างอิงว่า ถ้าจะใช้ HDPE ในท่อเมนดับเพลิงใต้ดิน ท่อนั้นควรผลิตตามมาตรฐานอะไร

ชื่อเต็มคือ:

ANSI/AWWA C906 — Polyethylene (PE) Pressure Pipe and Fittings, 4 in. Through 65 in. (100 mm Through 1,650 mm), for Waterworks

แปลเป็นไทยง่าย ๆ คือ:

มาตรฐานท่อและข้อต่อโพลีเอทิลีนชนิดรับแรงดัน ขนาด 4 นิ้ว ถึง 65 นิ้ว สำหรับงานระบบน้ำประปา/ท่อน้ำแรงดัน โดย edition ปัจจุบันที่ระบุในแหล่งมาตรฐานคือ AWWA C906:2021 และสถานะยังเป็น current/latest edition อยู่ 

✅1) AWWA C906 ไม่ใช่มาตรฐานออกแบบระบบดับเพลิงโดยตรง

ตรงนี้สำคัญมากครับ

AWWA C906 ไม่ได้บอกว่า fire pump ต้องขนาดเท่าไร, sprinkler ต้องออกแบบอย่างไร, ต้องสำรองน้ำกี่นาที

เรื่องพวกนั้นยังต้องใช้:

NFPA 13 สำหรับ sprinkler
NFPA 20 สำหรับ fire pump
NFPA 24 สำหรับ underground private fire service main
NFPA 14 สำหรับ standpipe
NFPA 22 สำหรับถังน้ำดับเพลิง

แต่ AWWA C906 ทำหน้าที่เป็น มาตรฐานสินค้า/วัสดุท่อ

พูดง่าย ๆ คือ NFPA บอกว่า:

“ถ้าจะใช้ท่อ PE/HDPE สำหรับท่อใต้ดินในระบบดับเพลิง ให้ดูว่าท่อนั้นผลิตตาม AWWA C906 หรือไม่”

ดังนั้น AWWA C906 คือเหมือน “บัตรประชาชนของท่อ HDPE” ว่าท่อนี้เป็นท่อแรงดันจริง ไม่ใช่ท่อพลาสติกทั่วไป

✅2) PE กับ HDPE เกี่ยวกันอย่างไร

ในมาตรฐานจะใช้คำว่า PE — Polyethylene

ส่วนที่เราเรียกกันหน้างานว่า HDPE ก็คือ High-Density Polyethylene ซึ่งเป็นกลุ่มหนึ่งของ polyethylene

ดังนั้นเวลา NFPA หรือ AWWA เขียนว่า:

Polyethylene (PE) pressure pipe and fittings

ในงานจริงก็มักหมายถึงท่อ HDPE สำหรับงานแรงดันนั่นเอง

แต่ต้องระวังนะครับว่า HDPE มีหลายเกรดมาก

ไม่ใช่ HDPE ทุกตัวจะเอามาใช้ในระบบดับเพลิงได้ เช่น

HDPE งานร้อยสายไฟ
HDPE งานระบายน้ำ
HDPE งานเกษตร
HDPE งานท่อประปาทั่วไป
HDPE งาน fire protection

พวกนี้หน้าตาคล้ายกัน แต่คุณสมบัติไม่เหมือนกัน

ในระบบดับเพลิง เราต้องการ HDPE pressure pipe ที่มีมาตรฐานชัดเจน เช่น AWWA C906 และถ้าเป็นงานที่บริษัทประกันหรือ FM Global เข้มงวด ก็ควรมี FM Approved ด้วย

✅3) AWWA C906 ครอบคลุมท่อขนาดไหน

AWWA C906 ครอบคลุมท่อและข้อต่อ PE ขนาด:

4 นิ้ว ถึง 65 นิ้ว
หรือประมาณ
100 mm ถึง 1,650 mm

แปลว่าเหมาะกับท่อเมนใหญ่ เช่น:

ท่อเมนรอบโรงงาน
ท่อเมนใต้ดินรอบอาคาร
ท่อจากถังน้ำไปห้อง fire pump
ท่อจาก fire pump ไปเข้าอาคาร
ท่อไป hydrant
ท่อไป standpipe/sprinkler riser

ข้อมูลมาตรฐานระบุชื่อชัดว่าเป็น PE pressure pipe and fittings ขนาด 4 in. through 65 in. สำหรับ waterworks 

ถ้าท่อเล็กกว่านี้ เช่น 1/2 นิ้ว ถึง 3 นิ้ว จะไปเกี่ยวกับ AWWA C901 มากกว่า ไม่ใช่ C906

✅4) AWWA C906 edition ใหม่เน้นวัสดุ PE4710

ใน AWWA C906:2021 ขอบเขตของมาตรฐานระบุว่าท่อและข้อต่อต้องทำจากวัสดุ PE ที่เป็น PE4710 และ AWWA ระบุว่า edition นี้ตัด resin ที่ไม่ใช่ PE4710 ออกจาก scope แล้ว 

พูดง่าย ๆ:

PE4710 คือเกรดวัสดุ HDPE สมัยใหม่ที่ใช้กับท่อแรงดัน

ตัวเลขนี้ไม่ใช่รุ่นสินค้า แต่เป็น รหัสคุณสมบัติของวัสดุ polyethylene

เวลาเราเห็น spec เช่น:

HDPE PE4710, AWWA C906, DR11, Class 200

ให้เข้าใจว่า:

ท่อนี้เป็น HDPE เกรด PE4710
ผลิตตาม AWWA C906
มีความหนาผนังตาม DR11
มี pressure class ตามที่ผู้ผลิตกำหนด

✅5) คำว่า DR หรือ SDR คือหัวใจของท่อ HDPE

ท่อเหล็กเรามักคุ้นกับคำว่า Schedule 40, Schedule 80

แต่ท่อ HDPE จะคุ้นกับคำว่า:

DR หรือ SDR

DR ย่อมาจาก Dimension Ratio

แปลให้ง่ายคือ:

อัตราส่วนระหว่างเส้นผ่านศูนย์กลางนอกของท่อ กับความหนาผนังท่อ

สูตรคือ:

DR = Outside Diameter / Minimum Wall Thickness

แหล่งข้อมูลของ Plastic Pipe Institute อธิบายว่า DR คืออัตราส่วนระหว่าง outside diameter กับ minimum wall thickness และถ้าใช้วัสดุเดียวกัน ค่า DR เดียวกัน pressure rating จะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน 

หลักจำง่าย:

DR ยิ่งน้อย = ผนังท่อยิ่งหนา = รับแรงดันได้มากขึ้น

เช่นโดยแนวคิดทั่วไป:

DR17 ผนังบางกว่า
DR11 ผนังหนากว่า
DR9 ผนังหนากว่า DR11
DR7.3 หนามากขึ้นอีก

ดังนั้นในระบบดับเพลิง เราห้ามดูแค่คำว่า “HDPE 10 นิ้ว” อย่างเดียว ต้องดูด้วยว่าเป็น DR เท่าไร / pressure class เท่าไร

เพราะท่อ HDPE ขนาด nominal เดียวกัน แต่ DR ต่างกัน ความหนาและรูในท่อไม่เท่ากัน

✅6) ทำไมท่อ HDPE ขนาดเดียวกับท่อเหล็ก แต่น้ำอาจไหลไม่เท่ากัน

เรื่องนี้สำคัญกับงานคำนวณ hydraulic มากครับ

ท่อ HDPE ส่วนใหญ่เป็น OD controlled pipe คือควบคุมขนาดจากเส้นผ่านศูนย์กลางนอก

พอเราเลือก DR ที่ผนังหนาขึ้น รูในท่อจะเล็กลง

ตัวอย่างแบบเข้าใจง่าย:

ท่อ HDPE 8 นิ้ว DR17
กับ
ท่อ HDPE 8 นิ้ว DR11

ภายนอกอาจดูเป็นท่อ 8 นิ้วเหมือนกัน แต่ DR11 ผนังหนากว่า รูในเล็กกว่า

ผลคือ:

แรงเสียดทานมากขึ้น
loss มากขึ้น
flow อาจลดลง
fire pump อาจต้องใช้ pressure มากขึ้น

เพราะฉะนั้น ถ้าเอา HDPE มาแทนท่อเหล็กใน underground main ห้ามเทียบแค่ nominal size ต้องเอา inside diameter จริง ไปคำนวณ

AWWA C906 เองระบุเรื่องข้อมูลที่ผู้ซื้อต้องกำหนด เช่น material designation, color/color coding, nominal size, OD basis, DR และ pressure class 

✅7) Pressure Class สำคัญมากกว่าคำว่า “ท่อกี่นิ้ว”

ในระบบดับเพลิง ท่อไม่ได้รับแค่แรงดันใช้งานปกติ

มันต้องเจอ:

แรงดันจาก fire pump
แรงดันตอน churn/no-flow
แรงดันจาก elevation
แรงดันกระแทก/surge
แรงดันทดสอบ hydrostatic test
แรงดันจากการปิด-เปิดวาล์วเร็ว
แรงดันจาก fire department connection ในบางกรณี

ดังนั้นเวลาเลือก HDPE ตาม AWWA C906 ต้องดูว่า pressure class เพียงพอหรือไม่

สำหรับงาน fire protection ที่ปลอดภัยกว่า ควรระบุใน spec ให้ชัด เช่น:

HDPE pipe shall conform to ANSI/AWWA C906, PE4710, suitable for underground fire service main, pressure class not less than system maximum working pressure including pump churn pressure and test pressure.

แปลเป็นไทย:

ท่อ HDPE ต้องผลิตตาม AWWA C906 ใช้วัสดุ PE4710 เหมาะสำหรับท่อเมนดับเพลิงใต้ดิน และ pressure class ต้องไม่น้อยกว่าแรงดันสูงสุดของระบบ รวมถึงแรงดันตอนปั๊ม churn และแรงดันทดสอบ

✅8)C906 ดูแค่ตัวท่อไม่ได้ ต้องดูข้อต่อด้วย

AWWA C906 พูดถึงทั้ง:

pipe
และ
fittings

แปลว่าในระบบจริง ไม่ใช่แค่ท่อเส้นตรงที่ต้องได้มาตรฐาน

แต่ข้อต่อก็สำคัญ เช่น:

ข้องอ HDPE
สามทาง HDPE
fl**ge adaptor
MJ adaptor
stub end
transition fitting
butt fusion fitting
electrofusion fitting

จุดอ่อนของระบบ HDPE มักไม่ได้อยู่ที่ตัวท่อ แต่อยู่ที่:

การเชื่อมไม่ดี
ช่าง fusion ไม่ชำนาญ
ผิวท่อไม่สะอาด
อุณหภูมิ fusion ไม่ถูก
เวลา cooling ไม่พอ
ใช้ fitting pressure class ต่ำกว่าท่อ
transition ไปท่อเหล็กไม่ดี
ไม่มี thrust restraint หรือ restraint joint ที่เหมาะสม

ดังนั้นในงานดับเพลิงต้องควบคุมทั้ง ท่อ + fitting + วิธี joining + คนเชื่อม + record การเชื่อม

FM 1613 ซึ่งเป็นมาตรฐานตรวจรับรอง PE pipe/fittings สำหรับ underground fire service water mains ระบุว่าการทดสอบและ certification อาจครอบคลุม performance, marking, manufacturing facility, quality assurance และ surveillance program 

✅9) AWWA C906 กับ FM Approved ต่างกันอย่างไร

อธิบายแบบง่าย:

AWWA C906 = มาตรฐานการผลิตท่อ PE pressure pipe

ส่วน

FM Approved = การรับรองว่าสินค้านั้นผ่านเกณฑ์ของ FM สำหรับงานเฉพาะ เช่น underground fire service mains

สองตัวนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ท่อบางตัวอาจเขียนว่า:

AWWA C906

แต่ยังไม่ได้แปลว่า:

FM Approved

ถ้าโครงการเป็นโรงงานใหญ่, คลังสินค้า, งานประกันภัย, งาน FM Global, งานลูกค้าต่างชาติ ควรถามเพิ่มว่า:

มี FM Approved หรือไม่
มี listing สำหรับ underground fire service main หรือไม่
มี certificate ของรุ่น/ขนาด/DR ที่ใช้จริงหรือไม่
ข้อต่อก็ FM Approved ด้วยหรือไม่
ขนาดท่อและ DR ที่เลือกอยู่ในขอบเขต approval หรือไม่

FM 1613 ระบุวัตถุประสงค์ว่าครอบคลุม testing and certification requirements สำหรับ PE pipe and fittings ที่ใช้กับ underground fire service water mains และ scope ครอบคลุม PE pipe/fittings ขนาด NPS 4 in. through 36 in. สำหรับ underground fire service mains โดยขนาดอื่นอาจพิจารณาเป็นกรณีไป 

สรุปง่าย ๆ:

AWWA C906 ทำให้รู้ว่าท่อผลิตถูกมาตรฐาน PE pressure pipe
FM Approved ทำให้มั่นใจมากขึ้นว่าสินค้านี้ถูกทดสอบสำหรับงาน fire protection ใต้ดินโดยเฉพาะ

✅10) AWWA C906 เอาไปใช้ตรงไหนในระบบดับเพลิง

ใช้ได้เหมาะมากในส่วน:

ท่อเมนใต้ดินรอบอาคาร
ท่อเมนใต้ดินรอบโรงงาน
ท่อจากถังน้ำไปห้อง fire pump ก่อนขึ้นเหนือดิน
ท่อจาก fire pump discharge ออกไปใต้ดิน
ท่อไป hydrant
ท่อไป FDC ในบาง arrangement
ท่อไป sprinkler riser ก่อนเข้าอาคาร
ท่อไป standpipe riser ก่อนเข้าอาคาร

แต่ต้องจำเส้นแบ่งสำคัญ:

ใต้ดิน = HDPE ตาม AWWA C906 ใช้ได้เมื่อ NFPA 24/NFPA 13 ยอมรับ
เหนือดินในห้อง fire pump/ในอาคาร = กลับไปใช้ท่อเหล็กตาม NFPA 20/NFPA 13/NFPA 14 เป็นหลัก

ห้ามเข้าใจว่า:

“HDPE ตาม AWWA C906 ใช้ได้ในระบบดับเพลิง”
แล้วเอาไปเดินเป็นท่อ sprinkler branch line ในอาคาร

อันนั้นคนละเรื่องครับ

✅11) ทำไม NFPA ถึงยอมรับ HDPE สำหรับท่อใต้ดิน

เพราะท่อใต้ดินมีโจทย์ที่ HDPE ทำได้ดีมาก เช่น:

ไม่เป็นสนิม
ทนการกัดกร่อนในดิน
ข้อต่อ fusion ถ้าทำดีจะลดโอกาสรั่ว
ยืดหยุ่นกว่าท่อเหล็ก
เหมาะกับงานฝังดินระยะยาว
ลดปัญหา corrosion ที่พบบ่อยในท่อเหล็กใต้ดิน
ติดตั้งเป็นเส้นยาวได้ ลดจำนวน joint

แต่ข้อเสียก็มี:

ทนอุณหภูมิสูงไม่ดีเท่าเหล็ก
โดนไฟโดยตรงไม่ได้
เสียรูปได้ถ้ารับแรงกด/ฝังไม่ถูก
ต้องควบคุม bedding/backfill
ต้องใช้ช่าง fusion ที่ชำนาญ
ต้องคำนวณ thrust/restraint ดี ๆ
ห้ามโดนแดดนานโดยไม่มีการป้องกัน ถ้าไม่ใช่ชนิดที่ออกแบบไว้
รูในเล็กลงเมื่อเลือก DR หนา
การ transition ไปท่อเหล็กต้องออกแบบดี

เพราะแบบนี้ NFPA จึงยอมให้ใช้ใน underground fire service main แต่ไม่ใช่ให้ใช้มั่วทั้งระบบ

✅12) เวลาเขียน Spec ควรเขียนอย่างไร

ถ้าเราจะเขียน specification สำหรับงานจริง ผมแนะนำแนวนี้:

ท่อ HDPE สำหรับ underground fire service main ต้องเป็น PE4710 pressure pipe ผลิตตาม ANSI/AWWA C906 รุ่นปัจจุบัน ขนาดและ DR ตามแบบคำนวณ hydraulic และ pressure class ต้องไม่น้อยกว่าแรงดันสูงสุดของระบบ รวมถึง churn pressure ของ fire pump และแรงดันทดสอบ hydrostatic test

ถ้าโครงการต้องการความเข้มงวดสูง ให้เพิ่ม:

ท่อและข้อต่อต้องเป็น FM Approved สำหรับ underground fire service mains และต้องมี certificate ครอบคลุมขนาดท่อ DR pressure class และ fitting ที่ใช้จริง

และเพิ่มเรื่องการติดตั้ง:

การเชื่อมต่อท่อให้ใช้ butt fusion หรือ electrofusion โดยช่างที่ผ่านการอบรม มีบันทึก fusion record และต้องทำ pressure test / flushing / acceptance test ตาม NFPA 24

✅13) เอกสารที่ควรขอจากผู้ขาย HDPE

เวลา supplier บอกว่า “ท่อ HDPE ใช้ดับเพลิงได้” อย่าเชื่อจากคำพูดอย่างเดียว ให้ขอเอกสารเหล่านี้:

▶️Certificate ว่าผลิตตาม ANSI/AWWA C906

ระบุวัสดุ PE4710

ระบุ DR / SDR

ระบุ pressure class

ระบุ OD basis เช่น IPS หรือ DIOD

ระบุขนาดจริงและ inside diameter

มี datasheet ของ pipe

มี datasheet ของ fittings

มี FM Approval certificate ถ้าโครงการต้องการ

มี marking บนท่อชัดเจน

มีคู่มือ fusion/jointing

มี installation manual

มี test certificate จากโรงงาน

มีรายการข้อจำกัด เช่น อุณหภูมิใช้งาน, pressure derating, bending radius, trench requirement

✅14) สรุปแบบคนทั่วไปเข้าใจง่าย

AWWA C906 คือมาตรฐานที่บอกว่า HDPE เส้นนี้เป็นท่อแรงดันจริง ไม่ใช่ท่อพลาสติกทั่วไป

▶️ถ้าจะใช้ HDPE ในระบบดับเพลิง ต้องดูว่า:

✅เป็น PE4710 หรือไม่
✅ผลิตตาม AWWA C906 หรือไม่
✅ใช้กับ underground fire service main ได้หรือไม่
✅pressure class พอหรือไม่
✅DR เหมาะสมหรือไม่
✅ข้อต่อได้มาตรฐานเดียวกันหรือไม่
✅ติดตั้งและทดสอบตาม NFPA 24 หรือไม่
✅ถ้าโครงการต้องการ FM ต้องมี FM Approved หรือไม่

👉จำสั้น ๆ ได้แบบนี้ครับ:

📕AWWA C906 = มาตรฐานตัวท่อ HDPE แรงดัน

📕NFPA 24 = มาตรฐานวิธีติดตั้งท่อเมนดับเพลิงใต้ดิน

📕NFPA 13/14/20 = มาตรฐานระบบ sprinkler, standpipe, fire pump

📕FM Approved = การรับรองเพิ่มเติมว่าสินค้านั้นเหมาะกับงาน fire protection ใต้ดินจริง

👉ประโยคที่เอาไปใช้กับเจ้าของงานได้เลยคือ:

“HDPE ใช้ในระบบดับเพลิงได้ แต่ต้องใช้ให้ถูกที่ คือใช้กับท่อเมนใต้ดิน และควรเป็นท่อ PE4710 ที่ผลิตตาม AWWA C906 พร้อมข้อต่อที่เหมาะสม ไม่ใช่เอา HDPE ทั่วไปมาแทนท่อเหล็กในห้องปั๊มหรือในอาคาร”

>>>
สมเกียรติ์ ประทุมมินทร์
Managing Director
กลุ่มบริษัท เมืองไฟฟ้าวิศวกรรม

#เมืองไฟฟ้าวิศวกรรม
#ช่างรู้ใจใกล้โรงงาน
#18สาขาหน้านิคม
#ถูกกฎหมายถูกมาตรฐานถูกต้อง
….
✅นำเข้าและจำหน่าย Fire Pump และตู้ควบคุม Fire Pump ยี่ห้อต่างๆ
UL/FM Fire Pump
Power UL Listed Engine
UL/FM Fire Pump
UL/FM Fire Pump
UL/FM Fire Pump
UL/FM Engine
UL/FM Engine
UL/FM Engine
Cotton UL/FM Engine
Cheetah Engine Fire Pump

Split Case Pump
Turbine Pump

✅นำเข้าและจำหน่ายตู้ควบคุมไฟฟ้าสำหรับ Fire Pump ยี่ห้อยอดนิยม
UL/FM Fire Pump Controller
UL/FM Fire Pump Controller
UL/FM Fire Pump Controller
#อะไหล่ตู้ควบคุมไฟร์ปั้ม

✅นำเข้าและจำหน่าย Jockey Pump
Jockey Pump
Booster Pump Pump
Transfer Pump
Water Pump

✅นำเข้าและจำหน่ายระบบดับเพลิงด้วยสารสะอาด FM200, NOVEC1230 ยี่ห้อ
(โมเซฟ)





✅งานบริการตรวจสอบ ทดสอบ ด้านวิศวกรรม
#ให้บริการตรวจสอบไฟฟ้าประจำปี
#ให้บริการตรวจสอบพลังงานประจำปี
#ให้บริการตรวจสอบระบบFirePumpประจำปี
#ให้บริการตรวจสอบระบบFireAlarmประจำปี
#ให้บริการตรวจสอบอาคารโรงงานประจำปี

☎️ติดต่อสอบถามตามข้อมูลด้านล่างนี้ครับ
Line Id : SomkiatSafety
Email : [email protected]
Tel : 0866266375 คุณ สมเกียรติ์
Tel : 0632239339 คุณ ทิฟฟี่
Facebook : เมืองไฟฟ้าวิศวกรรม
Youtube : เมืองไฟฟ้าวิศวกรรม
Tiktok : เมืองไฟฟ้าวิศวกรรม

14/03/2026

พื้นฐานที่ต้องทราบก่อนการคำนวณไซโครเมตริก
(Introducing Psychrometric Properties)
บัญญัติ นิยมวาส

ในการวิเคราะห์ระบบปรับอากาศ ระบบทำความเย็น งานอบแห้ง และงานควบคุมความชื้นในอุตสาหกรรม “คุณสมบัติของอากาศชื้น” หรือ Psychrometric Properties เป็นพื้นฐานสำคัญที่วิศวกรต้องเข้าใจอย่างเป็นระบบ เพราะเป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับการประเมินภาระความร้อน การวิเคราะห์การควบแน่น การเลือกอุปกรณ์ และการตรวจสอบสภาวะการทำงานของระบบ
ในทางปฏิบัติ หลายท่านคุ้นเคยกับการใช้ Psychrometric Chart เนื่องจากช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ของตัวแปรต่าง ๆ ได้รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ในงานที่ต้องคำนวณซ้ำหลายกรณี งานที่ต้องพัฒนาไฟล์ Excel งานที่ต้องเขียนโปรแกรม หรือใช้ในระบบควบคุมอัตโนมัติ การเข้าใจวิธีคำนวณด้วยสมการโดยตรงจะมีประโยชน์มากกว่า เพราะให้ผลลัพธ์เป็นตัวเลขที่นำไปใช้งานต่อได้ทันที และลดความคลาดเคลื่อนจากการอ่านกราฟ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปูพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับตัวแปรหลักในวิชาไซโครเมตริก ก่อนเข้าสู่การใช้สมการและตัวอย่างการคำนวณในบทความถัดไป

ทำไมจึงต้องเข้าใจ Psychrometric Properties
เมื่อออกแบบหรือวิเคราะห์ระบบที่เกี่ยวข้องกับอากาศชื้น มักพบคำถามสำคัญ เช่น
คอยล์เย็นควรมีขนาดเท่าใดจึงจะรองรับภาระได้เพียงพอ
สภาวะใดที่ทำให้เกิดการควบแน่นบนผิวคอยล์ ท่อ หรือผนัง
อากาศมีไอน้ำอยู่มากน้อยเพียงใด
ต้องใช้พลังงานเท่าใดในการทำความเย็น การทำความร้อน หรือการลดความชื้น
คำถามเหล่านี้ไม่สามารถพิจารณาจากอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความเข้าใจคุณสมบัติของอากาศชื้นร่วมด้วย

ตัวแปรสำคัญที่ใช้ในไซโครเมตริก
1.อุณหภูมิกระเปาะแห้ง
Dry-bulb Temperature, Tdb
เป็นอุณหภูมิของอากาศที่วัดได้โดยทั่วไปจากเทอร์โมมิเตอร์หรือเซนเซอร์วัดอุณหภูมิที่ไม่ได้รับผลจากการระเหยของน้ำ หน่วยที่ใช้มักเป็นองศาเซลเซียส (°C) ในงานระบบปรับอากาศ ตัวแปรนี้เป็นค่าตั้งต้นที่ใช้ร่วมกับตัวแปรอื่นในการหาสภาวะของอากาศชื้น
2.อุณหภูมิกระเปาะเปียก
Wet-bulb Temperature, Twb
เป็นอุณหภูมิที่วัดได้จากหัววัดที่มีผ้าชุบน้ำหุ้มอยู่ และมีการไหลผ่านของอากาศเหนือผิวผ้านั้น การระเหยของน้ำจะทำให้อุณหภูมิที่วัดได้ต่ำกว่าอุณหภูมิกระเปาะแห้ง หรือเท่ากันในกรณีที่อากาศอิ่มตัว
โดยทั่วไป Twb

14/03/2026

✅️ การเลือกขนาด Overload Relay ให้สัมพันธ์กับค่า Full Load Amps (FLA) บนเพลตมอเตอร์นั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนครับ
หากเลือกผิดหรือตั้งค่าเผื่อมากเกินไป อุปกรณ์ชิ้นนี้จะกลายเป็นเพียง "สะพานไฟ" ที่ไม่มีระบบป้องกัน และอาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงอย่างมอเตอร์ไหม้ได้

​นี่คือสรุปประเด็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและแนวทางที่ถูกต้องครับ:

​1. ความเข้าใจที่ผิด: "เผื่อแอมป์เยอะๆ มอเตอร์จะได้ไม่ทริปบ่อย"
​นี่คือข้อผิดพลาดที่อันตรายที่สุด ช่างหลายคนกลัวว่าถ้าตั้งกระแสพอดีเกินไป มอเตอร์จะทริปบ่อยทำให้งานสะดุด จึงเลือกโอเวอร์โหลดขนาดใหญ่กว่า FLA ไปมาก

▪️​ผลเสีย: เมื่อมอเตอร์เกิดปัญหา (เช่น ลูกปืนติด หรือโหลดเกิน) กระแสจะค่อยๆ สูงขึ้นเกินค่า FLA แต่ยังไม่ถึงค่าที่ตั้งไว้ที่โอเวอร์โหลด มอเตอร์จะเกิดความร้อนสะสมจนขดลวดไหม้ โดยที่โอเวอร์โหลด "ไม่ตัดวงจร" เลย

​2. การลืมพิจารณา Service Factor (SF)
​มอเตอร์แต่ละตัวมีความทนทานต่อการใช้งานเกินกำลังไม่เท่ากัน ซึ่งระบุไว้ในค่า SF:
▪️​SF = 1.15 หรือมากกว่า: ตามมาตรฐาน (เช่น NEC) สามารถตั้งค่าโอเวอร์โหลดได้สูงสุดไม่เกิน 125% ของ FLA
▪️​SF = 1.0 หรือมอเตอร์ทั่วไป: ควรตั้งค่าที่ 115% ของ FLA หรือบางตำแนะนำให้ตั้งที่ 1.0 เท่า (100%) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของมอเตอร์

​3. การเลือกช่วง (Range) ของโอเวอร์โหลดไม่เหมาะสม
​โอเวอร์โหลดหนึ่งตัวจะมีช่วงกระแสให้ปรับ (เช่น 7-10A)
​ข้อผิดพลาด: เลือกตัวที่ค่า FLA ของมอเตอร์อยู่ เกือบสุดขอบล่างหรือขอบบน ของช่วงปรับ
​ที่ถูกต้อง: ควรเลือกให้ค่า FLA อยู่ ช่วงกลาง ของตัวอุปกรณ์ เพื่อให้ระบบกลไกไบเมทัล (Bimetal) ทำงานได้อย่างแม่นยำที่สุดและปรับจูนได้ทั้งขึ้นและลง
​4. สับสนระหว่าง FLA (Nameplate) กับกระแสขณะรันจริง
​บางคนใช้แอมป์มิเตอร์วัดขณะมอเตอร์ทำงาน (ซึ่งอาจจะรันที่โหลดน้อย) แล้วไปตั้งค่าโอเวอร์โหลดตามค่านั้น
​ความเสี่ยง: หากวันหนึ่งมอเตอร์ต้องทำงานเต็มพิกัด (Full Load) โอเวอร์โหลดจะทริปทั้งที่มอเตอร์ยังไม่ได้เสียหาย การตั้งค่าที่ถูกต้อง ต้องยึดตาม FLA บน Nameplate เป็นหลัก

👉 ตั้งที่ 125% (หรือน้อยกว่า) มอเตอร์ทนความร้อนได้สูงกว่าปกติเล็กน้อย
👉 ตั้งที่ 115% (หรือน้อยกว่า) เพื่อป้องกันความร้อนสะสมในขดลวด
👉 ตั้งที่ 100% (1.0 เท่า) แนะนำ: ปลอดภัยต่อมอเตอร์ที่สุด แต่อาจทริปหากโหลดกระชาก

🔎 ตัวอย่าง
มอเตอร์ FLA = 10 A
ค่าที่เหมาะสม: 10–12.5 A
ถ้าตั้งไว้ 18–20 A ❌ = ป้องกันไม่ได้จริง

ข้อควรระวัง: โอเวอร์โหลดบางยี่ห้อ (เช่น Schneider หรือ ABB บางรุ่น) ออกแบบมาให้ตั้งที่ค่า 1.0 x FLA ได้เลย เพราะตัวอุปกรณ์ได้คำนวณเผื่อเปอร์เซ็นต์การตัด (Tripping Ratio) ไว้ในกลไกภายในแล้ว ควรตรวจสอบคู่มือผู้ผลิตประกอบด้วยเสมอครับ

14/03/2026

การวิเคราะห์ Net Positive Suction Head (NPSH) ในการออกแบบระบบเครื่องสูบน้ำเพื่อป้องกัน Cavitation

Net Positive Suction Head (NPSH) เป็นพารามิเตอร์สำคัญในการออกแบบและเลือกเครื่องสูบน้ำในระบบท่อของอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม

โดยเฉพาะระบบที่มีการสูบน้ำจากถังเก็บน้ำใต้ดินหรือแหล่งน้ำที่มีแรงดันต่ำ หากค่า NPSH ไม่เพียงพอจะทำให้เกิดปรากฏการณ์ Cavitation

ซึ่งส่งผลให้เกิดการกัดกร่อนของใบพัดปั๊ม การสั่นสะเทือนของเครื่องสูบ และการลดลงของประสิทธิภาพของระบบ

บทความนี้นำเสนอหลักการของ NPSH ประเภทของ NPSH การคำนวณค่า NPSH Available (NPSHa)

และการเปรียบเทียบกับค่า NPSH Required (NPSHr) รวมถึงแนวทางการออกแบบระบบท่อดูดของเครื่องสูบน้ำเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิด Cavitation

1. บทนำ (Introduction)
เครื่องสูบน้ำ (Pump) เป็นอุปกรณ์สำคัญในระบบวิศวกรรมของอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม เช่น ระบบประปาภายในอาคาร

ระบบดับเพลิง ระบบหล่อเย็น และระบบกระบวนการผลิต หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยในการใช้งานเครื่องสูบน้ำคือ Cavitation

ซึ่งเกิดจากการที่แรงดันของของเหลวในทางดูดของปั๊มต่ำกว่าความดันไอของของเหลว ส่งผลให้เกิดฟองไอภายในปั๊ม

เมื่อฟองเหล่านี้แตกตัวจะทำให้เกิดแรงกระแทกสูงต่อพื้นผิวใบพัดปั๊ม ดังนั้นในการออกแบบระบบสูบน้ำ

วิศวกรจำเป็นต้องตรวจสอบค่า Net Positive Suction Head (NPSH) เพื่อให้มั่นใจว่าระบบมีแรงดันเพียงพอในการป้องกัน Cavitation

2. หลักการของ Net Positive Suction Head
Net Positive Suction Head คือค่าความดันสุทธิของของเหลวที่เหลืออยู่เหนือความดันไอของของเหลวที่ทางดูดของปั๊ม

ในทางวิศวกรรม NPSH แบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่ NPSH Available (NPSHa) และ NPSH Required (NPSHr)

3. สมการการคำนวณ NPSHa
NPSHa = (Patm/γ) + Hs − Hf − (Pv/γ)

โดยที่

Patm = ความดันบรรยากาศ

Hs = Static head

Hf = Friction loss ในท่อดูด

Pv = V***r pressure ของของเหลว

γ = Specific weight ของของเหลว

4. เงื่อนไขในการป้องกัน Cavitation
ในการออกแบบระบบปั๊มต้องมีเงื่อนไข NPSHa > NPSHr

โดยทั่วไปจะเผื่อค่าความปลอดภัยประมาณ 1–2 เมตร เพื่อให้ระบบมีความเสถียรในการทำงาน

5. ตัวอย่างการคำนวณ
Atmospheric Pressure = 10.3 m

Static Head = 3.0 m

Friction Loss = 1.0 m

V***r Pressure = 0.3 m



NPSHa = 10.3 + 3.0 − 1.0 − 0.3

NPSHa = 12.0 m



หาก NPSHr ของปั๊ม = 6.0 m

ดังนั้น NPSHa > NPSHr ระบบจึงปลอดภัยจาก Cavitation

6. ปัจจัยที่มีผลต่อ NPSH
1. ระดับความสูงของของเหลว (Static Head)

2. ความสูญเสียในท่อดูด (Friction Loss)

3. อุณหภูมิของของเหลว

4. ความดันบรรยากาศ

7. แนวทางการออกแบบ Suction Pipe
• ใช้ท่อดูดขนาดใหญ่

• ลดจำนวน Fitting

• ลดระยะทางของท่อดูด

• ติดตั้งปั๊มให้ใกล้แหล่งน้ำ

• ควบคุมความเร็วในท่อดูดประมาณ 1–2 m/s

8. สรุป
NPSH เป็นพารามิเตอร์สำคัญในการออกแบบระบบเครื่องสูบน้ำ การตรวจสอบค่า NPSHa

และเปรียบเทียบกับค่า NPSHr สามารถช่วยป้องกันการเกิด Cavitation

ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความเสียหายของเครื่องสูบน้ำและการลดลงของประสิทธิภาพของระบบ

อบรมการออกแบบระบบท่อภายในอาคารรุ่นที่ 6📌
Basic Training Course of Plumbing System
🌐 Online Seminar ผ่านโปรแกรม Zoom*
🔹 9-10 พฤกษาคม 2569
📌 มีบันทึก VDO สามารถดูย้อนหลังกี่รอบก็ได้
ติดต่อสอบถาม
📌 สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่ วันนี้ - 8 พฤษภาคม 2569
อีเมล : [email protected]
✍ รายละเอียด และลงทะเบียนที่นี่ ตาม QR Code หรือ กด Link
https://docs.google.com/forms/d/1MTBsAvwcyP4uZ-B5RIKGxpqfx895UmFbzAu-kIcf_UM/edit
QR CODE ติดโฆษณา ให้กดข้ามนะครับ
👉 เนื้อหา
หลักสูตร ที่เน้น พื้นฐานและเทคนิคการออกแบบงานระบบท่อในอาคาร
หลักสูตร ที่เน้น การนำไป ประยุกต์เพื่อใช้งานออกแบบ,งานติดตั้งและตรวจงาน ได้จริง
หลักสูตร ที่เน้น เพื่อ คน ทำงานสายที่เกี่ยวข้อง

👨‍🏫 เหมาะสำหรับ
• วิศวกรเครื่องกล / วิศวกรสุขาภิบาล
• ผู้ออกแบบระบบอาคาร (MEP Designer)
• ผู้ควบคุมงาน / ผู้รับเหมา
• ผู้ที่ทำงานสายงาน MEP ที่ต้องการเพิ่มความเข้าใจในระบบสุขาภิบาล

⭐ จุดเด่นของหลักสูตร

✔ ไม่มีพื้นฐานงานออกแบบ ก็เรียนได้

✔ เน้น เทคนิคการออกแบบระบบท่อในอาคาร (Plumbing System) ที่ใช้จริงในงานวิศวกรรม

✔ เรียนรู้ทั้ง หลักการออกแบบ การคำนวณ และการประยุกต์ใช้งานจริง

✔ อธิบาย มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับงานระบบสุขาภิบาล

14/03/2026

การวิเคราะห์แรงสะท้อนของสายฉีดน้ำดับเพลิง (Fire Hose Nozzle Reaction) ภายใต้แรงดันขาเข้า 100 psi

ในการปฏิบัติงานดับเพลิง สายฉีดน้ำดับเพลิง (Fire Hose Line) เป็นอุปกรณ์หลักในการส่งน้ำไปยังจุดเกิดเพลิงไหม้

เมื่อมีการปล่อยน้ำด้วยแรงดันสูงผ่านหัวฉีด จะเกิดแรงสะท้อนกลับที่ปลายสายซึ่งเรียกว่า Nozzle Reaction Force

แรงสะท้อนนี้ส่งผลต่อความสามารถในการควบคุมสายดับเพลิง ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน และจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ต้องใช้ในการควบคุมสาย

การวิเคราะห์แรงสะท้อนของหัวฉีดจึงเป็นหัวข้อสำคัญในด้าน Fire Protection Engineering และการฝึกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง

บทความนี้วิเคราะห์แรงสะท้อนของสายดับเพลิงภายใต้เงื่อนไขแรงดันที่หัวฉีดประมาณ 100 psi

ซึ่งเป็นค่าที่ใช้เป็นมาตรฐานในการฝึกและการออกแบบระบบดับเพลิง

หลักการของแรงสะท้อนหัวฉีด
แรงสะท้อนเกิดจากโมเมนตัมของน้ำที่พุ่งออกจากหัวฉีด ตามกฎข้อที่สามของนิวตัน

ซึ่งระบุว่า “ทุกแรงกิริยาจะมีแรงปฏิกิริยาที่มีขนาดเท่ากันและทิศทางตรงกันข้าม”

เมื่อน้ำถูกฉีดออกจากหัวฉีดด้วยความเร็วสูง แรงที่เกิดจากการเปลี่ยนโมเมนตัมของน้ำจะถูกส่งย้อนกลับมายังสายดับเพลิง

ทำให้ผู้ปฏิบัติงานต้องใช้แรงต้านเพื่อควบคุมทิศทางของสาย

สูตรคำนวณ Nozzle Reaction
สำหรับหัวฉีดแบบ Fog Nozzle หรือ Adjustable Nozzle สามารถคำนวณแรงสะท้อนได้จากสมการ

NR = 0.0505 × Q × √NP

โดยที่

NR = Nozzle Reaction (lbf)

Q = อัตราการไหลของน้ำ (GPM)

NP = ความดันที่หัวฉีด (psi)

สูตรนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายในงานฝึกดับเพลิงและการคำนวณทางวิศวกรรมดับเพลิง

การวิเคราะห์เชิงวิศวกรรม
1. Hose Reel ขนาด 1 นิ้ว

สาย Hose Reel ถูกออกแบบให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถใช้งานได้ อัตราการไหลประมาณ 100 L/min

แรงสะท้อนประมาณ 4 kg ซึ่งผู้ใช้งานหนึ่งคนสามารถควบคุมได้

2. Fire Hose ขนาด 1½ นิ้ว

สายดับเพลิงขนาด 1½ นิ้วใช้ในระบบ Standpipe และการปฏิบัติงานภายในอาคาร

ที่อัตราการไหล 100–150 GPM จะเกิดแรงสะท้อนประมาณ 20–30 kg

โดยทั่วไปต้องใช้เจ้าหน้าที่ 1–2 คนในการควบคุมสาย

3. Fire Hose ขนาด 2½ นิ้ว

สายดับเพลิงขนาด 2½ นิ้วใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการอัตราการไหลสูง เช่น เพลิงไหม้ขนาดใหญ่ โรงงานอุตสาหกรรม และโกดังสินค้า

ที่อัตราการไหลประมาณ 250 GPM และแรงดันหัวฉีด 100 psi

จะเกิดแรงสะท้อนประมาณ 57 kg ซึ่งต้องใช้เจ้าหน้าที่ 2–3 คนในการควบคุมสาย

ผลกระทบด้านความปลอดภัย
หากแรงสะท้อนสูงเกินไปและมีผู้ควบคุมสายไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดการสูญเสียการควบคุมสาย

การล้มของผู้ปฏิบัติงาน หรือการบาดเจ็บจากแรงดันน้ำ

ดังนั้นการกำหนดจำนวนผู้ปฏิบัติงานและเทคนิคการควบคุมสายจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

บทสรุป
แรงสะท้อนของหัวฉีดเป็นปัจจัยสำคัญทั้งในด้านการออกแบบระบบดับเพลิงและการปฏิบัติงานจริง

ภายใต้เงื่อนไขแรงดันหัวฉีดประมาณ 100 psi

1" Hose Reel สามารถใช้งานโดยบุคคลเพียง 1 คน

1½" Fire Hose ต้องใช้เจ้าหน้าที่ประมาณ 1–2 คน

2½" Fire Hose ต้องใช้เจ้าหน้าที่ประมาณ 2–3 คน

ความเข้าใจเกี่ยวกับแรงสะท้อนของสายดับเพลิงจะช่วยให้การออกแบบระบบและการฝึกปฏิบัติด้านการดับเพลิงมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

สาย 2½”
• Flow 250 GPM
• Pressure 160–175 psi

จะเกิดแรงสะท้อนประมาณ

72–76 kg

จึงควรใช้ อย่างน้อย 3 คน (แนะนำ 3–4 คน) ในการควบคุมสายอย่างปลอดภัย

ที่อยู่

7/2 ม. 3 ถ. บางกรวย-ไทรน้อย ต. บางกร่าง อ. เมืองนนทบุรี
Bangkok
11000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

244917689

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บริษัท แมค-ไนน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง บริษัท แมค-ไนน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด:

ทางลัด

แชร์