18/05/2026
L&E กางแผนปรับกลยุทธ์เพิ่มรายได้ รุกงานนวัตกรรมลุยเจาะตลาดราชการ
สู้ศึกสินค้าจีน ชูกลยุทธ์ QISSS Way และมาตรฐาน MiT สกัดสินค้ากลุ่มนำเข้าวางเป้ารายได้โต 15 - 20% ตุน Backlog แกร่ง 1,300 ล้านบาท
บมจ. ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ (L&E) ผู้นำธุรกิจไฟฟ้าแสงสว่างครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน ประกาศกลยุทธ์ การรับมือเศรษฐกิจชะลอตัวและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก กางแผนปรับกลยุทธ์เพิ่มรายได้ รุกงานนวัตกรรมเจาะตลาดราชการ ชูกลยุทธ์ QISSS Way และมาตรฐาน MiT สกัดสินค้ากลุ่มนำเข้า เสริมความแข็งแกร่งด้านฐานการผลิตด้วยโรงงาน LEM และ LES พร้อมเป้าหมายรายได้เติบโตที่ 15-20% พร้อมโชว์ความแข็งแกร่งของมูลค่างานในมือ (Backlog) ปัจจุบันที่ระดับ 1,300 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ล่าสุดประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 485 ล้านบาท ลดลง 6% ขาดทุนสำหรับงวด 21.1 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากปีก่อนหน้า 14.2 ล้านบาท หรือปรับตัวดีขึ้น 40%
นายอนันต์ กิตติวิทยากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ L&E เปิดเผยว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ผลกระทบสงครามอิหร่าน-ตะวันออกกลาง และสินค้าจากจีนราคาถูกทะลักเข้าไทย เพื่อรับมือกับการทะลักเข้าของสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าต้นทุนต่ำจากจีน บริษัทได้ใช้กลยุทธ์ "QISSS Way" (Quality, Innovation, Service, Speed, and Sustainability) เป็นอาวุธสำคัญในการสร้างความแตกต่าง ควบคู่กับการผลักดันมาตรฐาน "Made in Thailand" (MiT) ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบหลักในการเข้าถึงงานประมูลภาครัฐและโครงการเอกชนที่เน้นคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ช่วยเสริมเกราะป้องกันจากสินค้านำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมทั้งการเพิ่มรายได้จากงานราชการ ด้วยสินค้านวัตกรรม ซึ่งเป็นพระเอกช่วยเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทในขณะนี้ ปัจจุบันสัดส่วนงานราชการอยู่ที่ 40% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่งานภาคเอกชนสัดส่วนอยู่ที่ 60%
บริษัทฯ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วยศักยภาพจากโรงงาน LEM และ LES ซึ่งเป็นฐานการผลิตระดับ Mass Manufacturing ที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับกระบวนการผลิตตามความต้องการเฉพาะของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ L&E สามารถรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนและรักษามาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ในระดับสากล
ขณะที่สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ L&E ได้ปรับกลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) ให้มีความคล่องตัวสูงขึ้น พร้อมทั้งขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตต่อเนื่อง อาทิ กลุ่มคลังสินค้าอัจฉริยะ อาคารสำนักงานที่เน้นความยั่งยืน และงานโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ เพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอก
บริษัทมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจาก Backlog ที่แข็งแกร่งราว 1,300 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงโครงการบางส่วนที่เลื่อนรับรู้รายได้จากปีก่อน สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าในศักยภาพการให้บริการแบบครบวงจรทั้งในและต่างประเทศ
“บริษัทฯ เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เชิงรุกและการสร้างความยืดหยุ่นในทุกมิติของธุรกิจ จะทำให้ L&E สามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตปี 2569 ได้ตามแผนที่วางไว้ พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมแสงสว่างที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นและพันธมิตรทางธุรกิจในระยะยาวอย่างมั่นคง” นายอนันต์ กล่าว