03/01/2026
เครื่องสูบน้ำดับเพลิงสำหรับอาคารสูง (Fire Pumps for High-Rise Building)
อาคารสูงกับเมืองใหญ่เป็นของคู่กัน เพราะที่ดินมีราคาสูง การทำให้เกิดความคุ้มค่าให้สูงที่สุดคือ เพิ่มพื้นที่การใช้งานในแนวดิ่ง ดังนั้นอาคารจึงมีความสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ, ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 33 (พ.ศ.2535) ออกตามความใน พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ให้คำนิยามดังนี้ "อาคารสูง" หมายความว่า อาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้โดยมีความสูงตั้งแต่ 23.00 เมตรขึ้นไป การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงดาดฟ้า สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด, ตามคำนิยามที่ระบุดังกล่าว จะสอดคล้องกับ มาตรฐาน NFPA เช่น NFPA 101, NFPA 20 ตรงกับคำว่า High-rise building
นอกจากนั้นในมาตรฐาน NFPA จะมีคำที่ใช้เรียกอีกคำหนึ่งคือ "Very Tall Building" จะหมายถึง อาคารสูงที่มีค่าความต้องการปริมาณน้ำดับเพลิงเกินกว่าที่รถดับเพลิงของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะส่งน้ำดับเพลิงขึ้นไปจ่ายให้ได้ตามที่ต้องการ
ในกรุงเทพฯ หรือเมืองอื่นๆทั่วโลก การระงับอัคคีภัยอาคารสูงที่สูงเกิน 150 เมตร จะไม่สามารถเข้าถึงได้จากภายนอก, รถบันไดของ กทม จะสูงเพียง 30-50 เมตร (หรือประมาณ 10-15 ชั้น), และในปัจจุบัน กทม. มีรถกระเช้าพิเศษที่ขึ้นสูงได้ 23-90 เมตร เพียง 5 สถานีดับเพลิง, ดังนั้น อาคารสูงเองจะต้องถูกออกแบบให้เป็น เจ้าหน้าที่ดับเพลิงขั้นต้น
การเรียกลักษณะอาคารโดยทั่วๆไปที่ใช้ความสูงเป็นเกณฑ์
อาคารสูง (High-Rise) จะมีความสูง 23-150 เมตร, จำนวนประมาณ 7-40 ชั้น
ตึกระฟ้า (Skyscraper) จะมีความสูง 150 เมตรขึ้นไป, จำนวน 40 ชั้นขึ้นไป
Supertall จะมีความสูง 300 เมตรขึ้นไป, จำนวน 75 ชั้นขึ้นไป (ยกตัวอย่าง ตึกคิงเพาเวอร์ มหานคร, อาคาร Magnolias Waterfront, เป็นต้น)
Megatall จะมีความสูง 600 เมตรขึ้นไป, จำนวน 120 ชั้นขึ้นไป (ยกตัวอย่าง Burj Khalifa, เป็นต้น)
ลักษณะ (Characteristic) ของอาคารสูงที่ทำให้ NFPA 20 ต้องระบุรายละเอียดเพิ่มเติมใน Chapter 5 - Fire Pumps for High-Rise Building คือ
1.อาคารสูงต้องการระบบดับเพลิงด้วยน้ำที่มักจะซับซ้อนกว่าปกติ
a.การต่อเครื่องสูบน้ำดับเพลิงแบบอนุกรม (Serie) มักจะพบในอาคารสูง (การนำเครื่องสูบน้ำดับเพลิงรับน้ำจากเครื่องสูบน้ำดับเพลิงตัวก่อนหน้าเพื่อเพิ่มความดัน สามารถทำได้ตาม NFPA 20 แต่ต้องมีเงื่อนไขควบคุมเพิ่มเติม, แต่ในมาตรฐาน วสท.3002-51 ข้อ 5.6.7.4.2 เครื่องสูบน้้ำดับเพลิงของแต่ละเขตต้องไม่ต่อนุกรมกัน ดังนั้น ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน, วสท.คงจะมีการปรับปรุงมาตรฐานเพื่อรับมือกับอาคารที่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ)
b.อาคารสูงมักประกอบด้วยหลายเขต (Zone) ของท่อยืน, ถังเก็บน้ำดับเพลิง, และระบบวาล์วเติมน้ำดับเพลิงอัตโนมัติ
2.ผู้ใช้อาคารจะฝากชีวิตไว้กับเครื่องสูบน้ำดับเพลิงของอาคารเมื่อเกิดเพลิงไหม้บนอาคารสูงขึ้น ซึ่งแผนอพยพในอาคารสูงอาจต้องร่วมกับพื้นที่หลบอัคคีภัย (Area of Refuge หรือ Refuge floor) ที่วางระบบไว้ (ดูข้อมูลพื้นที่หลบอัคคีภัยเพิ่มเติมใน วสท.3002-51, ข้อ 3.7.10)
3.อาคารสูงเป็นอาคารที่มีมูลค่าสูง
4.ในขณะเกิดเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องสามารถเข้าถึงเครื่องสูบน้ำดับเพลิงของอาคารได้โดยสะดวกและมั่นใจว่าปลอดภัย
5.พื้นที่ครอบครองอาจมีนัยสำคัญในบางอาคาร (ผู้เขียนพบเสมอว่า หลายอาคารมีการใช้พื้นที่ไม่ตรงกับที่ออกแบบ เช่น ใช้เป็นคลังสินค้าที่มีการวางกระดาษกล่องสำหรับบรรจุภัณฑ์ซึ่งเป็นวัสดุติดไฟได้ดีไว้บนชั้นวางเหล็ก หรือ Rack storage ซึ่งประเภทพื้นที่ครอบครองต่างจากสำนักงาน ทำให้ระบบดับเพลิงที่ออกแบบไว้ ไม่สามารถควบคุมได้)
6.อาคารที่สูงกว่า 91 เมตร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงโดยส่วนใหญ่ต้องพึ่งเครื่องสูบน้ำดับพลิงของอาคารนั้นในการดับเพลิง
7.อาคารที่สูงกว่า 152.4 เมตร การอพยพผู้ใช้อาคารจะทำได้ยาก ดังนั้นจึงมักจะวางแผนปกป้องชีวิตผู้ใช้อาคารแบบ "Protect in place"
เนื้อหาใน NPFA 20 - 2025, Chapter 5 จะมีดังนี้
ข้อ 5.1 General สำหรับเครื่องสูบน้ำดับเพลิงที่ใช้กับอาคารสูงให้ดูรายละเอียดในบทนี้เพิ่มเติม (การติดตั้งเครื่องสูบน้ำดับเพลิง ต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดอื่นๆ ตาม NFPA 20 และที่เกี่ยวข้องด้วย, แต่ข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับใช้กับอาคารสูงจะถูกเพิ่มเติมตามบทนี้)
ข้อ 5.2 Equipment Access ตำแหน่งของห้องเครื่องสูบน้ำดับเพลิง และช่องทางเข้า ต้องมีการวางแผนร่วมกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงล่วงหน้า (Preplanning) สำหรับกรณีเกิดเพลิงไหม้ รวมถึงมีการป้องกันด้วยผนังทนไฟตามที่มาตรฐานและกฎหมายกำหนด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่จะต้องเข้าไปควบคุม
ข้อ 5.3 ถังเก็บน้ำดับเพลิง (Water Supply Tanks) จะต้องสร้างให้สอดคล้องกับมาตรฐาน เช่น NFPA 22, ถ้าใช้น้ำดับเพลิงร่วมกับระบบน้ำดี (domestic supply) ในอาคาร ท่อของน้ำดีจะต้องสูงกว่า ระดับน้ำดับเพลิงสำรองที่ต้องการ
ข้อ 5.4 Fire pump test arrangement กรณีรับน้ำจากถังเก็บน้ำดับเพลิง จะต้องมีการจัดเตรียมมิเตอร์วัดอัตราการไหล หรือ หัวทดสอบ ที่ไหลเวียนน้ำสำหรับทดสอบเครื่องสูบน้ำดับเพลิงกลับไปที่ถังเก็บน้ำดับเพลิง เพื่อให้ทดสอบได้โดยสะดวกและปลอดภัย
ข้อ 5.5 Alternate Power ถ้าเลือกใช้เครื่องสูบน้ำดับเพลิงมอเตอร์ไฟฟ้า จะต้องมีระบบไฟฟ้าทางเลือก เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ตาม 9.6 On-site Standby Generator Systems หรือ เครื่องสูบน้ำดับเพลิงสำรองที่รับไฟจากแหล่งไฟทางเลือก ตาม 9.3 Alternate Power
(ข้อนี้ผู้เขียนค่อนข้างเป็นห่วงสำหรับผู้ใช้อาคารสูง เนื่องจากไม่มั่นใจว่าอาคารสูงส่วนใหญ่ได้ลงทุนระบบดับเพลิงสำรองให้สอดคล้องกับ NFPA หรือไม่ และตามที่ได้กล่าวด้านบน, เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะต้องพี่งพาเครื่องสูบน้ำดับเพลิงของอาคารเป็นหลัก ถ้าเครื่องสูบน้ำดับเพลิงของแต่ละโซนที่มีเพียงตัวเดียวหรือระบบจ่ายไฟเดียวเกิดมีปัญหา จะมีความเสี่ยงสูงมาก)
ข้อ 5.6 Very Tall Building เป็นหน้าที่ของผู้ใช้อาคารที่ต้องประสานงานกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในพื้นที่ของตัวเองเพื่อตรวจสอบว่าอาคารของตัวเองเกินความสามารถของรถดับเพลิงที่อยู่ใกล้เคียงหรือไม่ ถ้าเกินก็เข้าข่ายเป็น Very Tall Building ที่จะต้องมีข้อกำหนดเพิ่มเติมตาม NFPA 20 เช่น
- ปริมาณน้ำดับเพลิงสำรองต้องเพียงพอกับค่าความต้องการปริมาณน้ำดับเพลิง (fire protection water demand)
- ถังเก็บน้ำดับเพลิง ต้องมีวาล์วเติมน้ำอัตโนมัติที่สามารถเติมน้ำดับเพลิงเข้าถังไม่น้อยกว่าค่าความต้องการปริมาณน้ำดับเพลิง! ดังนั้นก็ต้องพิจารณากันแล้วว่าจะนำน้ำมาเติมอย่างไรให้เพียงพอ
- ถังเก็บน้ำดับเพลิงของแต่ละเขต หรือ Zone จะต้องมีหรือแบ่งกั้นเป็นอย่างน้อย 2 ถัง และในกรณีที่มีถังที่ใช้งานไม่ได้ จะต้องมีอย่างน้อยหนึ่งถังที่มีปริมาณน้ำดับเพลิงสำรองไม่ต่ำกว่า 50% ของค่าความต้องการปริมาณน้ำดับเพลิง, ในแต่ละถังจะมีวาล์วเติมน้ำอัตโนมัติแยกอิสระจากกัน
- ดังน้ันเมื่อมีถังเก็บน้ำที่ใช้งานไม่ได้ ระบบดับเพลิงจะยังมีน้ำดับเพลิงเพียงพอตามความต้องการปริมาณน้ำดับเพลิงสูงสุด จากน้ำที่สำรองไว้ในถัง รวมกับ ระบบเติมน้ำดับเพลิงอัตโนมัติที่เติมน้ำได้ไม่น้อยกว่าความต้องการปริมาณน้ำดับเพลิง (ยกตัวอย่างเช่น เครื่องสูบน้ำดับเพลิงขนาด 1,000 gpm วาล์วเติมน้ำอัตโนมัติจะต้องสามารถเติมน้ำดับเพลิงเข้าถังเก็บน้ำดับเพลิงได้ไม่น้อยกว่า 1,000 gpm)
- ต้องมีเครื่องสูบน้ำดับเพลิงอัตโนมัติสำรอง สำหรับเขต หรือ Zone ที่รถดับเพลิงส่งน้ำดับเพลิงขึ้นไปจ่ายไม่พอ, หรือวิธีการอื่นๆที่ระบบดับเพลิงยังฉีดน้ำดับเพลิงได้ตามปกติ ในกรณีที่เครื่องสูบน้ำดับเพลิงหลักใช้งานไม่ได้ตามที่ AHJ ยอมรับ
ผู้เขียนพยายามเขียนให้สั้นและกระชับตามที่ผู้เขียนเข้าใจโดยไม่ลงเนื้อหาที่ละเอียดจนเกินไปเพื่อจุดประสงค์ในการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของเครื่องสูบน้ำดับเพลิงในอาคารสูงที่จะต้องมีความน่าเชื่อถือ (Reliable) สูงมากๆ, หากมีสิ่งใดที่คิดว่าไม่ถูกต้อง ผู้อ่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ใน NFPA 20 Standard for the Installation of Stationary Pumps for Fire Protection และมาตรฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้องและ NFPA 20 อ้างถึง, และที่สำคัญที่สุดในการทำให้ถูกต้องสอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐาน ให้ปรึกษากับบริษัทประกันภัยของท่านหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจใดๆ
หมายเหตุ ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ bangkokbiznews.com, ภาพดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เขียน
รับทดสอบสมรรถนะเครื่องสูบน้ำดับเพลิงประจำปีตามกฎหมาย พร้อมรับรองรายงานโดยวิศวกร
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ นายวีรวุฒิ มือถือ 0815778879
บริษัท ดับบลิวแอล วิศวกรรมและพลังงาน จำกัด
Line ID: 0815778879
Email: [email protected]
www.WL-Engineering.co.th