06/06/2022
การสร้างถนนของชาวโรมัน และสาเหตุที่ว่าทำไมมันถึงอยู่คงทนจนถึงทุกวันนี้
ถนนถือเป็นเส้นเลือดของกรุงโรมสมัยโบราณ ในช่วงเวลากว่า 700 ปี ชาวโรมันตัดถนนอย่างดีมากกว่า 88,500 กิโลเมตรไปทั่วยุโรป ยาวพอที่จะวนรอบโลกได้ถึง 2 เท่า (เส้นรอบวงโลก คือ 40,075 กิโลเมตร) ความน่าพิศวงด้านวิศวกรรมช่วยให้สามารถส่งสินค้า ทหารและข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ไปทั่วจักรวรรดิ อีกทั้ง
ถนนยังมีบทบาทสำคัญในการลดช่องว่างของกรุงโรมในแถบเมดิเตอเรเนียนอีกด้วย
ถนนโรมันได้รับการออกแบบให้รองรับการเดินทางที่รวดเร็ว จึงมักพบว่ามีการตัดถนนเป็นเส้นตรงผ่านไปตามพื้นที่ในชนบท ช่างสำรวจ หรือ “โกรมาติชี” (gromatici) เริ่มกระบวนการตัดถนนด้วยการใช้หลักไม้กำหนดทิศทางของถนนอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้ถนนที่ตรงที่สุดจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ผลก็คือถนนมักจะตัดตรงขึ้นไปตามเนินเขา มีการสร้างสะพานเล็ก ๆ และอุโมงค์เพื่อให้มั่นใจว่าเส้นทางดังกล่าวจะตัดข้ามแม่น้ำหรือทะลุผ่านภูเขาไปโดยไม่ต้องอ้อม (ให้เสียเวลา) แต่หากจำเป็นต้องเปลี่ยนแนวถนน ชาวโรมันนิยมเลือกการเลี้ยวแบบโค้งหักศอก และทำเส้นทางคดเคี้ยวมากกว่าการทำทางโค้งเพื่อรักษาเส้นทางตรงแบบ “การพุ่งของธนู” เอาไว้ ตัวอย่างที่เห็นได้คือ ถนนฟอสซีเวย์ (Fosse Way) ในอังกฤษที่มีการเปลี่ยนแนวถนนเพียงไม่กี่กิโลเมตรจากถนนทั้งหมดที่เป็นเส้นตรงเกือบ 289 กิโลเมตร
ชาวโรมันใช้วัสดุทุกอย่างที่หาได้มาทำถนนซึ่งได้รับการออกแบบมาให้แบ่งเป็นชั้น ๆ เพื่อความยืดหยุ่นและราบเรียบเสมอกัน คนงานเริ่มด้วยการขุดร่องขนาดลึก 3 ฟุตแล้วยกกั้นเป็นขอบขนาดเล็กตลอดแนวถนน ส่วนพื้นล่างสุดของถนนมักจะถมด้วยดินและปูนขาวหรือทรายแล้วปิดทับด้วยหินก้อนเล็ก ๆ จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนการชั้นฐานรากที่ประกอบด้วยหินที่ทุบเป็นก้อน ๆ หรือกรวดกับซีเมนต์ที่ผสมจากหินปูน สุดท้ายเป็นผิวถนนที่ใช้กรวด หินแม่น้ำ ก้อนแร่เหล็กหรือหินภูเขาไฟที่แข็งตัวแล้วมาเรียงเข้าด้วยกันกันอย่างประณีต ผิวถนนจะทำให้โค้งโดยมีร่องให้น้ำระบายออกไปข้าง ๆ ได้ง่าย และในพื้นที่ที่มีฝนตกชุกถึงกับมีการทำคันดินยกสูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วมถนน
เมื่อต้องเดินทางไปตามถนนในสมัยโรมัน นักเดินทางที่ไม่มั่นใจว่าตนไปในเส้นทางที่ถูกต้องหรือไม่จะสังเกตจากหลักบอกระยะทางที่เหมือนกับเครื่องหมายบนถนนเชื่อมระหว่างเมืองในปัจจุบัน หลักที่ว่านี้เป็นหินบอกระยะทางจากเมืองที่ใกล้ที่สุดเป็นระยะทาง (1 ไมล์โรมัน เท่ากับ 1.479 กิโลเมตร) ที่เขียนด้วยตัวเลขโรมันพร้อมคำแนะนำถึงจุดที่นักเดินทางสามารถหยุดพักได้ นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลว่าถนนดังกล่าวตัดขึ้นเมื่อใด โดยใครและซ่อมแซมครั้งสุดท้ายเมื่อใด ยิ่งกว่านั้นเพื่อทำให้คำว่า “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม” เป็นจริงขึ้นมา จักรพรรดิเอากุสตุสถึงกับสร้าง “หลักไมล์ทองคำ” (golden milestone) ตั้งไว้ที่จัตุรัสกรุงโรม (Forum) โดยทำขึ้นจากสัมฤทธิ์หุ้มทองคำเพื่อบอกระยะทางจากหลักดังกล่าวไปยังประตูเมืองต่าง ๆ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของระบบถนนในจักรวรรดิโรมัน อีกด้วย
ด้วยการออกแบบที่ชาญฉลาดและการก่อสร้างที่ใส่ใจในรายละเอียด ถนนโรมันจึงยังคงไม่มีประดิษฐกรรมทางวิศวกรรมใดเทียบได้จนกระทั่งศตวรรษที่ 19 แต่ขณะที่ถนนลาดยางสมัยใหม่อาจให้การขับขี่ที่ราบรื่นกว่า แต่ถนน วีอาโดมิทิอานา (Via Domitiana) หรือถนนแอปเปียนของโรมันเมื่อ 2,000 ปีก่อนกลับได้ชื่อว่ามีความคงทนสูงกว่าถนนสมัยใหม่แน่นอน ถนนโรมันส่วนใหญ่ถูกใช้เป็นทางสายหลักอยู่จนกระทั่งปัจจุบันและถนนบางสาย เช่น ถนน วีอา ฟลามีนีอา (Via Flaminia) และถนนฟอสซีเวยของอังกฤษ ก็ยังคงรองรับรถยนต์ จักรยานและการเดินเท้า ตลอดจนเป็นเส้นทางคู่ขนานไปกับทางหลวงสมัยใหม่ เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ยังมีการใช้งานมรดกทางวิศวกรรมโรมันอยู่จนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสะพาน อุโมงค์และสะพานท่อน้ำ (aqueducts)
#ทันโลก
ที่มา : Source: Brightside
https://www.gypzyworld.com/article/view/1079