17/06/2022
มาค่ะคุณลูกค้า…มาติดโซลาร์เซลล์กับ Solar Green Roof กันนะคะ
สนใจติดต่อ 062-696-8127 (โทรและไลน์)
085-030-0205, 091-143-6127
อีกระลอกครับ …
โฆษก กกพ.เผย แนวโน้มค่าไฟ งวดสุดท้ายปีนี้ กย-ธค.65 ค่าเอฟที มีโอกาสปรับสูงขึ้นมากกว่า 40 สตางค์ต่อหน่วย จากที่เคยประมาณการไว้เดิม หลังราคาก๊าซธรรมชาติเหลวผันผวน ซ้ำเงินบาทอ่อนค่า
นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) และโฆษก กกพ. กล่าวในงานปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ไขข้อข้องใจ...รับมือค่าไฟครึ่งปีหลัง” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ระบุ แนวโน้มการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ ‘ค่าเอฟที’ งวดสุดท้ายของปีนี้ เดือนกันยายน - ธันวาคม ปี 2565 มีโอกาสปรับสูงขึ้นเกินกว่าที่ประมาณการไว้เดิม 40 สตางค์ต่อหน่วย
สาเหตุเป็นเพราะต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเหลว LNG เข้ามาผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 40 จากเดิมร้อยละ 30 เพราะราคาน้ำมันดีเซลสูงขึ้น ขณะที่กำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยกํลดลง ประกอบกับการรับก๊าซฯ จากเมียนมามีแนวโน้มลดลง รวมทั้ง ‘เงินบาท’ อ่อนค่าลง แตะ 35 บาทต่อดอลลาร์ฯ จากเดิมประมาณการอยู่ที่ 33 บาทต่อดอลลาร์
โฆษก กกพ. กล่าวว่า เมื่อคำนวนต้นทุนต่างๆ แล้ว ‘ค่าเอฟที’ อาจจะสูงขึ้นกว่าที่ประมาณการเดิม แต่จะปรับขึ้นไม่ถึง 5 บาทต่อหน่วย และการปรับขึ้นในรอบนี้ ยังไม่รวมกับภาระที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย แบกรับไว้ ที่ปัจจุบันอยู่ที่กว่า 80,000 ล้านบาท ซึ่งหากรวมในส่วนนี้ด้วย จะส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่แท้จริงปรับขึ้นอีกกว่า 1 บาทต่อหน่วย
นายคมดฤช กล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานฯ ส่งสัญญาณอยากให้การปรับขึ้น ค่าเอฟที งวดสุดท้ายของปีนี้ เป็นการปรับขึ้นครั้งเดียวจบว่า ต้องรอติดตามสถานการณ์ราคาเชื้อเพลิง แต่คาดว่า การปรับขึ้นค่าเอฟที ยังจะปรับขึ้รต้องต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า เนื่องจากต้นทุนราคาเชื้อเพลิงยังผันผวน