ซะป๊ะ Space - กล้องฟิล์ม & วินเทจ ไลฟ์สไตล์

ซะป๊ะ Space - กล้องฟิล์ม & วินเทจ ไลฟ์สไตล์ ขายกล้องฟิล์ม เลนส์ ฟิล์ม อุปกรณ์ รั

ถุงผ้า Fujifilm สวยเท่ 🤘 150 บาท จร้าาา 😆 ส่ง 80 บาท📷 ซะป๊ะ Space - กล้องฟิล์ม & วินเทจ ไลฟ์สไตล์ 📷📍ขายกล้องฟิล์ม/เลนส์/...
05/06/2021

ถุงผ้า Fujifilm สวยเท่ 🤘 150 บาท จร้าาา 😆 ส่ง 80 บาท

📷 ซะป๊ะ Space - กล้องฟิล์ม & วินเทจ ไลฟ์สไตล์ 📷
📍ขายกล้องฟิล์ม/เลนส์/อุปกรณ์/ฟิล์มถ่ายภาพ
📍รับล้างสแกนฟิล์ม
📍รับฝากขาย
📍เสือผ้า/กระเป๋า/แฟชั่น/โปสเตอร์/งานทำมือ/ของสะสม/ของตกแต่ง
📍แหล่งพบปะสำหรับคนรักการถ่ายภาพ
🕔 เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ 10:00 – 18:00 (หยุดทุกวันจันทร์)
📱: 0957862789, 0827622836, 0846105203, 0889155207
📌 ที่ตั้ง: ในโครงการ โกดังราชวงศ์ ถ.ราชวงศ์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง เชียงใหม่
GPS: 18.793424, 98.997030
มอเตอร์ไซค์ มีที่จอดหน้าร้าน
รถยนต์ จอดริมถนนใหญ่, ในซอย 3, ในลานจอดโรงแรม The Warehouse

มาดรอปฟิล์มกันได้ครับ เปิดนะ 😁📷 ซะป๊ะ Space - กล้องฟิล์ม & วินเทจ ไลฟ์สไตล์ 📷📍ขายกล้องฟิล์ม/เลนส์/อุปกรณ์/ฟิล์มถ่ายภาพ📍ร...
01/06/2021

มาดรอปฟิล์มกันได้ครับ เปิดนะ 😁

📷 ซะป๊ะ Space - กล้องฟิล์ม & วินเทจ ไลฟ์สไตล์ 📷
📍ขายกล้องฟิล์ม/เลนส์/อุปกรณ์/ฟิล์มถ่ายภาพ
📍รับล้างสแกนฟิล์ม
📍รับฝากขาย
📍เสือผ้า/กระเป๋า/แฟชั่น/โปสเตอร์/งานทำมือ/ของสะสม/ของตกแต่ง
📍แหล่งพบปะสำหรับคนรักการถ่ายภาพ
🕔 เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ 10:00 – 18:00 (หยุดทุกวันจันทร์)
📱: 0957862789, 0827622836, 0846105203, 0889155207
📌 ที่ตั้ง: ในโครงการ โกดังราชวงศ์ ถ.ราชวงศ์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง เชียงใหม่
GPS: 18.793424, 98.997030
มอเตอร์ไซค์ มีที่จอดหน้าร้าน
รถยนต์ จอดริมถนนใหญ่, ในซอย 3, ในลานจอดโรงแรม The Warehouse
=============
📷 Sapa Space Shop 📷
📍Vintage film cameras, lenses, films, photography equipment for sale
📍Develop and Scan service
📍Consignment service
📍Crafts, Arts, Fashion, Accessories, Collectibles, Decorative items for sale
📍Hangout spot for film enthusiasts
📍We ship countrywide, with guarantee
🕔 Open Tue-Sun : 10 AM – 6 PM (Close on Monday)
📌 We are in Kodand Rachawong area, Rachawong Rd., T.Chang Moi, A.Muang, Chiang Mai, Thailand
GPS : 18.793424, 98.997030

ใครว่างๆ ลองแวะกันไปเยี่ยมชมกันได้ครับ 😄 Forfunfilm cm
27/05/2021

ใครว่างๆ ลองแวะกันไปเยี่ยมชมกันได้ครับ 😄 Forfunfilm cm

ร้านเปิดนะจ่ะ  😂 ร้อนมากมาย ไฟดับ
21/05/2021

ร้านเปิดนะจ่ะ 😂 ร้อนมากมาย ไฟดับ

กล้องฟิล์ม Minolta X700 + เลนส์ Minolta 35-70 f3.5 สภาพพร้อมใช้งาน ทำงานทุกฟังชั่น P A Mตัวนับฟิล์มทำงานตัวตั้เวลาทำงานว...
19/05/2021

กล้องฟิล์ม Minolta X700 + เลนส์ Minolta 35-70 f3.5

สภาพพร้อมใช้งาน ทำงานทุกฟังชั่น P A M
ตัวนับฟิล์มทำงาน
ตัวตั้เวลาทำงาน
วัดแสงทำงาน
ช่องมองมีฝุ่นเล็กน้อย
ฝาหลังทำงาน
เลนส์ มี รา
มีแสงรั่ว ขอดูภาพได้ครับ

แถม Motor Drive(เสียใส่เท่ๆ)+แฟลชMinoltaทำงานปกติ+
สายกล้องMinolta

ราคา 3500 ส่ง 100 บาท

ร้านจะกลับมาเปิด ศ ที่ 21/05/64 นะครับ 😆Aomm Nrp 😁
17/05/2021

ร้านจะกลับมาเปิด ศ ที่ 21/05/64 นะครับ 😆

Aomm Nrp 😁

เกร็ดน้ำแข็ง 🤘
11/05/2021

เกร็ดน้ำแข็ง 🤘

Contax กล้องที่กำเนิดขึ้นด้วยปรัชญา “ต้องเหนือกว่า Leica ทุกกระเบียด”

ในปี 1925 Leitz ผู้ผลิตเลนส์และสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง (เช่น กล้องโทรทรรศน์ และกล้องจุลทรรศน์) รายใหญ่ของเยอรมนีได้วางจำหน่าย “Leica” (มาจากการสนธิของชื่อบริษัท Leitz กับคำว่า Camera) กล้องถ่ายรูปขนาด 35 มม. ซึ่งออกแบบโดย Oskar Barnack เป็นกล้องขนาดเล็กที่สามารถพกพาใส่กระเป๋าได้สะดวก ต่างจากกล้องอื่นๆ ในตลาด

ทำให้พวกเค้าประสบความสำเร็จระดับโลก และสร้างมาตรฐานของฟิล์มขนาด 35 มม. ขึ้นมา

Carl Zeiss คู่แข่งในตลาดเดิมของ Leitz เห็นความสำเร็จดังกล่าวแล้วก็ต้องการลงแข่งในตลาดใหม่นี้เช่นกัน ปีต่อมาจึงได้กว้านซื้อผู้ผลิตกล้องรายเล็กๆ ในเยอรมนี (Ica, Contessa-Nettel, Ernemann และ Goerz) ซึ่งแต่ละเจ้าต่างมีความเชี่ยวชาญในระบบกลไกที่ต่างกัน แล้วตั้งเป็นบริษัทใหม่ในชื่อ Zeiss Ikon เพื่อรวบรวมทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทเหล่านี้ให้เป็นหนึ่ง ด้วยเป้าหมายที่จะเอาชนะเจ้าตลาดอย่าง Leica

พวกเค้าใช้เวลาเกือบ 6 ปี ในการพัฒนากล้อง 35 มม. ของตัวเองก่อนวางจำหน่ายในปี 1932 ในชื่อ Zeiss ikon “Contax”

Contax ต้นตำรับเป็นกล้อง rangefinder หน้าตาเหลี่ยมๆ หน่อย มาในโฉมสีดำ กับองค์ประกอบทางเทคนิคที่เหนือกว่า Leica ยุคแรกแทบทุกจุด

เริ่มจากจุดเชื่อมต่อเลนส์กับตัวกล้องหรือเมาต์ที่เป็นแบบเดือยเกี่ยว (bayonet) เพียงแค่สวมเลนส์ตรงจุดแล้วหมุนไม่ถึงครึ่งรอบก็เสร็จ ขณะที่ Leica ยังเป็นแบบเกลียวหมุนที่ต้องหมุนหลายรอบ และบางทีก็หาจุดเข้าไม่ค่อยเจอทำให้เสียเวลาอยู่ไม่น้อย

ห้องฟิล์มของ Contax ยังออกแบบให้ใส่ฟิล์มได้ง่ายๆ ด้วยสามารถถอดฝาด้านหลังออกทั้งชิ้น เผยให้เห็นกลไกทางเดินฟิล์มและม่านชัตเตอร์ ส่วน Leica ต้องใส่ฟิล์มด้วยการเปิดฝาล่าง ต้องตัดหางฟิล์มยาว 10 เซนติเมตร และต้องระวังไม่ให้ช่วงต้นของฟิล์มไปติดขัดกับกลไกชัตเตอร์

ระบบชัตเตอร์ของ Contax ยังโชว์ความเหนือชั้นทางเทคโนโลยี ด้วยการใช้ม่านโลหะที่วิ่งในแนวดิ่ง ต่างจาก Leica ที่ใช้ผ้าและวิ่งในแนวระดับ ข้อได้เปรียบของ Contax คือระยะทางเดินของม่านจะสั้นกว่า ทำให้กล้องของพวกเค้าทำความเร็วได้ถึง 1/1000 วินาที เร็วกว่ากล้องของ Leica II ถึงเท่าตัว (1/500)

และด้วยความที่ม่านเป็นโลหะ ก็ไม่ต้องกังวลว่าม่านจะทะลุหากไม่ได้ปิดหน้าเลนส์เวลาอยู่กลางแจ้งเหมือน Leica ที่หากเผลอวางนอนบนโต๊ะกลางแจ้งแล้วลืมปิดฝาเลนส์ หากเปิดมาดูอีกทีอาจจะเห็นว่า ม่านชัตเตอร์ทะลุเพราะเลนส์รวมแสงเผาม่านที่ทำจากผ้าไปเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ Contax ต้นตำรับยังมีระยะ rangefinder ที่ยาวที่สุดที่เคยมีมาในกล้องระบบนี้ที่ 100 มม. ทั้งนี้จากข้อมูลของ Contax Cameras UK (เพราะผมมีแค่ Contax II ไม่เคยมี Contax I ซึ่งตัว II มีระยะห่างระหว่างหน้าต่าง rangefinder ที่ประมาณ 75 มม. จากการใช้ไม้บรรทัดทาบดูคร่าวๆ) ทำให้ Contax สามารถหาโฟกัสได้แบบละเอียดยิบมากๆ ในขณะที่ Leica ตอนนั้นมีระยะห่างของหน้าต่าง rangefinder ที่ราว 40 มม. เท่านั้น

(แต่ทั้งนี้ต้องดูความสามารถในการขยายภาพประกอบด้วย อย่าง Barnack Leica แม้จะมีระยะ rangefinder สั้นแต่มีกำลังขยาย 1.5 เท่า ก็ช่วยให้การหาโฟกัสทำได้ดีมากเช่นกัน)

เลนส์ของ Contax ยังมีความเร็วสูง (ความหมายของเลนส์ความเร็วสูง หรือ fast lens มาจากความเร็วในการทำปฏิกริยาของแสงและฟิล์ม ซึ่งเลนส์ยิ่งรูรับแสงกว้าง ก็ยิ่ง “มีความเร็วสูง”) เหนือกว่า Leica ในขณะนั้น ด้วยค่า f สูงสุดที่ 1.5 ขณะที่เลนส์ Elmar ของ Leica มีค่า f สูงสุดที่ f3.5 เท่านั้น (เลนส์ Summar ของ Leica ที่มีค่า f สูงสุดที่ 2 กว่าจะออกวางขายก็ปี 1939)

ด้วยเหตุนี้ ถ้าดูข้อมูลเชิงเทคนิค สามารถกล่าวได้ว่า Contax ต้นตำรับมีความสามารถที่เหนือกว่า Leica III ที่วางขายไล่เลี่ยกันแทบทุกกระเบียด และน่าจะทำให้ Contax โค่นบัลลังก์ของ Leica ได้ แต่พวกเค้ากลับทำไม่สำเร็จ

เหตุผลที่ทำให้ Contax ต้นตำรับไม่อาจเอาชนะ Leica ได้ก็เป็นเพราะ แม้พวกเค้าจะมีสเปกบนหน้ากระดาษที่เหนือกว่า แต่จุดขายของมันกลับประสบกับปัญหาเมื่อต้องใช้งานจริง เพราะชัตเตอร์ของ Contax แม้จะประกอบด้วยวัสดุอย่างดี แต่ริบบอนที่ทำหน้าที่ชักม่านชัตเตอร์มักจะเสื่อมสภาพง่าย และกลไกของชัตเตอร์ก็มีโอกาสติดขัดได้ง่ายกว่า Leica

หรือแม้แต่ระบบโฟกัสที่ Zeiss ต้องการใช้เป็นจุดขายเรื่องความแม่นยำ เมื่อถึงเวลาใช้จริงก็พบว่า มันใช้งานยากกว่าระบบโฟกัสของ Leica เพราะรอบหมุนที่เล็ก (ที่หมุนโฟกัสของ Contax จะอยู่ที่ด้านขวาบนด้านหน้าปุ่มชัตเตอร์) ทำให้ผู้ใช้ต้องใช้นิ้วรูดที่หมุนโฟกัสไม่รู้กี่รอบกว่าจะหาโฟกัสเจอ ถ้าถ่ายหลายรูปติดกันและวัตถุที่ถ่ายอยู่ห่างกันมาก ก็ผู้ใช้มีโอกาสเจ็บนิ้วเอาง่ายๆ

Contax ต้นตำรับอาจจะมีข้อบกพร่องอยู่หลายจุด แต่จุดแข็งก็เยอะ เช่นเมาต์แบบ bayonet ที่สุดท้าย Leica ก็หันมาใช้ด้วย วิธีการใส่ฟิล์มแบบเปิดฝาหลังก็เช่นกัน ซึ่งภายหลังวิวัฒนาการมาเป็นการเปิดโดยใช้บานพับ

Zeiss จึงทำการปรับปรุง Contax เรื่อยมา ก่อนออก “Contax II” ในปี 1936 ซึ่งก้าวล้ำคู่แข่งไปอีกขั้น ด้วยการนำเสนอช่องมองที่รวม rangefinder เข้าไว้ด้วยกันเป็นเจ้าแรก และ rangefinder ยังเป็นปริซึมที่ประกอบกันเป็นชิ้นส่วนเดียวทำให้ไม่ต้องกังวลว่าตำแหน่งของภาพซ้อนจะผิดเพี้ยนเหลื่อมตำแหน่งเหมือนอย่างคู่แข่ง Contax II ยังเพิ่มความเร็วชัตเตอร์สูงสุดเป็น 1/1250 ขณะที่ Leica ยังตามมาไม่ทัน และในรุ่น III ของ Leica แม้จะเพิ่มความเร็วชัตเตอร์ที่ช้ากว่า 1/30 เข้ามา แต่ปุ่มเลือกความเร็วชัตเตอร์ดังกล่าวก็ถูกแยกมาอยู่ด้านหน้าของตัวกล้อง ขณะที่ปุ่มเลือกความเร็วชัตเตอร์ไม่ว่าเร็วหรือช้าของ Contax ล้วนอยู่รวมกันมาตั้งแต่รุ่นดั้งเดิม

Contax II จึงเป็นที่ต้องการของตลาดในกลุ่มมืออาชีพที่ต้องการใช้ความสามารถของกล้องที่ไม่มีในกล้องของคู่แข่ง ในขณะที่ Leica ยังคงเป็นที่ต้องการของทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น ที่หลงมนต์เสน่ห์ และชื่อเสียงที่สั่งสมมาของค่าย (รวมถึงเรื่องความทนทาน ความไว้วางใจในระบบกลไก ซึ่ง Leica ตั้งแต่รุ่นแรกส่วนใหญ่ยังสามารถบำรุงรักษาได้ไม่ยาก ขณะที่กลไกของ Contax ออกจะซับซ้อนกว่า ซ่อมแซมยากกว่า ค่าซ่อมจึงแพงเข้าไปอีก)

ลองกันดู ครับ 😆
27/04/2021

ลองกันดู ครับ 😆

📷 ช่างภาพ นับสตอปกันยังไง
👉 เป็นพื้นฐานของการเรียนถ่ายรูปล่ะครับ ที่จะต้องทำความเข้าใจกับ 3 ความสำคัญหลักของการถ่ายภาพ นั่นคือ รูรับแสง, ความเร็วชัตเเตอร์ และความไวแสง หรือ ISO
ค่าทั้งสามจะทำงานสัมพันธ์กัน เมื่อค่านึงให้แสงเพิ่มขึ้น อีกค่านึง ก็ต้องลดแสงลง ถึงจะเรียกว่าปรับได้สมดุลกัน และได้ภาพออกมาพอดีๆ
การเปลี่ยนแปลงไปแต่ละค่ามีหน่วยเป็นสตอป ซึ่งเราจะได้ยินบ่อยๆ ว่า อันเดอร์ 1 สตอป, ชดเชยแสง +2 สตอป, ถ่ายให้โอเวอร์อีก 2/3 สตอป เป็นต้น
ช่างภาพ เค้านับสตอปกันยังไงนะ 🤔🤔 ไปดูกันครับ
ในภาพ ตัวเลขสีดำคือ การเปลี่ยนไปครั้งละ 1 สตอป ส่วนตัวสีน้ำเงินคือการเปลี่ยนแบบละเอียดครั้งละ 1/3 และลูกศรชี้คือการปรับค่าไปในแต่ละครั้ง เช่น ปรับ ISO จาก 100 ไป 200 คือ ปรับเพิ่ม 1 สตอป จะได้ภาพที่สว่างขึ้น, ปรับความเร็วชัตเตอร์ จาก 1/60 เป็น 1/15 คือปรับลดความเร็วชัตเตอร์ 2 สตอป ภาพสว่างขึ้น หรือปรับรูรับแสง จาก f/1.4 เป็น f/1.7 แคบลง 2/3 สตอป เป็นต้น
#โหมดถ่ายภาพ #การตั้งค่ากล้อง #ช่างภาพ #ตากล้อง #มือใหม่ #เทคนิคถ่ายรูป #กล้องถ่ายรูป #กล้องดิจิตอล #กล้องDSLR #กล้องMirrorless #โฟโต้อินโฟ
------------------------------
📢 ติดตาม FOTOINFO ช่องทางออนไลน์ได้ที่ 💻
📌 Line ID :
📌 YouTube : Fotoinfo Channel
📌 Website : http://www.fotoinfo.online/
📌 e-mag : issuu.com/fotoinfomagazine
📌 IG : http://www.instagram.com/fotoinfo.online
📌 Twitter : https://twitter.com/fotoinfoonline

สวยๆ สนใจทักไป 😄
25/04/2021

สวยๆ สนใจทักไป 😄

ที่อยู่

ในโครงการ โกดังราชวงศ์ ถ. ราชวงศ์ ปากซอย 3
Amphoe Muang Chiang Mai
50200

เวลาทำการ

อังคาร 10:00 - 18:00
พุธ 10:00 - 18:00
พฤหัสบดี 10:00 - 18:00
ศุกร์ 10:00 - 18:00
เสาร์ 10:00 - 18:00
อาทิตย์ 10:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66957862789

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ซะป๊ะ Space - กล้องฟิล์ม & วินเทจ ไลฟ์สไตล์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์