Metallurgical Failure Analysis

Metallurgical Failure Analysis เผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับโลหะวิทยา และความเสียหายของวัสดุ

เสริมแกร่งอุตสาหกรรมน้ำตาลด้วยวิศวกรรมการวิเคราะห์ความเสียหาย 🛠️วันที่ 2 เมษายน 2569 ทีมวิจัยการวิเคราะห์ความเสียหายและว...
02/04/2026

เสริมแกร่งอุตสาหกรรมน้ำตาลด้วยวิศวกรรมการวิเคราะห์ความเสียหาย 🛠️

วันที่ 2 เมษายน 2569
ทีมวิจัยการวิเคราะห์ความเสียหายและวิศวกรรมการเชื่อถือ (FARE) จากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ได้เดินทางไปยังจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาล

🔍 ค้นหา "รากของปัญหา" เพื่อการบำรุงรักษาที่ยั่งยืน
ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ ทีมวิจัย MTEC ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญด้านเทคนิค โดยเฉพาะ:

การวิเคราะห์ความเสียหาย (Failure Analysis): ของชิ้นส่วนทางวิศวกรรมในระบบการผลิต

การวิเคราะห์ผิวหน้าแตกหัก (Fractography): เพื่อระบุสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา (Root Cause)

การเพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงรักษา: นำข้อมูลมาปรับปรุงกระบวนการ เพื่อลดโอกาสการหยุดชะงักของเครื่องจักร (Breakdown)

เราไม่ได้เพียงแค่ตรวจวัด แต่เราพร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนการทดสอบเชิงลึกในห้องปฏิบัติการมาตรฐานสากล เพื่อแก้ไขปัญหาทางเทคนิคให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด

🤝 สนใจงานทดสอบ วิเคราะห์ความเสียหาย หรือร่วมงานวิจัย
ทีมวิจัย MTEC พร้อมเป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยีให้กับภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
📞 โทร: 0 2564 6500 ต่อ 4736
📧 อีเมล: [email protected]

ทีมวิจัยการวิเคราะห์ความเสียหายและวิศวกรรมการเชื่อถือ
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

#สวทช #อุตสาหกรรมน้ำตาล #วิศวกรรม #เครื่องจักรกล

โพสต์นี้นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับโลหะวิทยาของการเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิม และปัญหาจุดบกพร่องที่อาจเกิดขึ้นจากการควบคุมคุณภาพงา...
27/03/2026

โพสต์นี้นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับโลหะวิทยาของการเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิม และปัญหาจุดบกพร่องที่อาจเกิดขึ้นจากการควบคุมคุณภาพงานเชื่อมที่ไม่รัดกุม ซึ่งมักนำไปสู่ความเสียหายระหว่างการใช้งาน แล้วประเด็นสำคัญคืออะไร มาติดตามกันครับ

โพรงหดตัวที่จุดจบแนวเชื่อม (Crater Pipe) และผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของวัสดุ

ในกระบวนการเชื่อมโลหะ โพรงหดตัวที่ปลายแนวเชื่อม (Crater Pipe) ไม่ได้เป็นเพียงข้อบกพร่องด้านความสวยงาม (Appearance defect) แต่เป็นสัญญาณอันตรายทางโลหะวิทยาที่บ่งบอกถึงความไม่ต่อเนื่องของเนื้อวัสดุ ซึ่งอาจนำไปสู่การวิบัติของโครงสร้างและปัญหาการกัดกร่อนที่รุนแรงในระยะยาว

1. กลไกการเกิดและพฤติกรรมทางโลหะวิทยา (Solidification Mechanism)

Crater Pipe เกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายของการแข็งตัวของบ่อหลอมละลาย (Weld Pool) เมื่อแหล่งกำเนิดความร้อนถูกตัดออกอย่างกะทันหัน โลหะเหลวจะเริ่มแข็งตัวจากขอบเข้าสู่ศูนย์กลางตามทิศทางการระบายความร้อน

สำหรับ เหล็กกล้าไร้สนิมกลุ่มออสเทนิติก (Austenitic Stainless Steel) เช่น เกรด 304 หรือ 316 ปัญหานี้จะทวีความรุนแรงขึ้นเนื่องจากคุณสมบัติเฉพาะตัว 2 ประการ:
• High Thermal Expansion: มีค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวทางความร้อนสูง ทำให้เกิดการหดตัวของปริมาตรอย่างรุนแรงเมื่อเปลี่ยนสถานะ
• Low Thermal Conductivity: การนำความร้อนต่ำทำให้ความร้อนสะสมอยู่ในบ่อหลอมนานกว่าเหล็กคาร์บอน ส่งผลให้ส่วนกลางของบ่อหลอมยังเป็นของเหลวในขณะที่รอบนอกแข็งตัวหมดแล้ว (Interdendritic Liquid) เมื่อไม่มีโลหะเหลวจากส่วนอื่นมาเติมเต็ม (Feeding) จึงเกิดเป็นโพรงสุญญากาศหรือ "ท่อ" (Pipe) ไว้ตรงกลาง

ข้อควรระวัง: บริเวณ Crater มักพบการสะสมของธาตุเจือที่มีจุดหลอมเหลวต่ำ (Low-melting point segregates) เช่น ฟอสฟอรัส (P) และกำมะถัน (S) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิด การแตกร้าวขณะร้อน (Hot Cracking) ร่วมด้วย

2. จากข้อบกพร่องขนาดเล็ก สู่มหันตภัยการกัดกร่อน (From Micro-voids to MIC)

ความน่ากลัวของ Crater Pipe ในท่อสเตนเลสลำเลียงของเหลว คือการเป็นจุดเริ่มต้นของ การกัดกร่อนโดยจุลชีพ (Microbiologically Influenced Corrosion - MIC) เมื่อพิจารณาด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (SEM) เราจะพบว่าภายในโพรง Crater ไม่ได้เรียบเนียน แต่ประกอบด้วยโพรงขนาดไมโคร (Micro-voids) จำนวนมาก ซึ่งทำหน้าที่เป็นสภาวะแวดล้อมจำเพาะดังนี้:

1. Stagnant Zone: เป็นบริเวณน้ำนิ่งที่สารฆ่าเชื้อ (Biocides) เข้าไปไม่ถึง

2. Niche Formation: แบคทีเรียกลุ่มกัดกร่อนโลหะ เช่น SRB (Sulfate Reducing Bacteria) จะเข้าไปสร้างฟิล์มชีวภาพ (Biofilm) ปกป้องตัวเอง

3. Local Acidification: จุลชีพจะขับสารละลายที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือสารประกอบซัลไฟด์ออกมาในพื้นที่ปิดเล็กๆ นี้ ทำให้ความเข้มข้นของสารกัดกร่อนสูงกว่าปกติหลายเท่าตัว จนเกิดการกัดกร่อนแบบรูเข็ม (Pitting) ที่ลุกลามจนทะลุผนังท่อ (Perforation) หรือที่เรียกว่า Pin-hole leak

3. แนวทางการป้องกันและกลยุทธ์การควบคุมคุณภาพ (Mitigation & Quality Control)

เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพงานเชื่อม วิศวกรและช่างเชื่อมจำเป็นต้องปฏิบัติตามหลักการทางวิศวกรรมดังนี้:

A. เทคนิคการควบคุมการแข็งตัว (Process Control)
• Current Sloping (Down-slope): การใช้ฟังก์ชันลดกระแสไฟเชื่อมอย่างค่อยเป็นค่อยไปในเครื่องเชื่อม TIG (GTAW) เพื่อควบคุมอัตราการเย็นตัวให้ช้าลง ป้องกันการหดตัวเฉียบพลัน
• Filler Compensation: ในจังหวะสุดท้ายต้องมีการเติมลวดเชื่อม (Filler Metal) เพื่อชดเชยปริมาตรที่หายไปจากการหดตัว ห้ามเชื่อมแบบ Autogenous (ไม่เติมลวด) ตรงจุดจบแนวเชื่อมเด็ดขาด
• Run-off Tabs: สำหรับงานต่อชน การใช้แผ่นประคองท้ายแนวเชื่อมจะช่วยย้ายตำแหน่งการเกิด Crater ออกไปอยู่นอกชิ้นงานจริง

B. การตรวจสอบเชิงลึก (Advanced Inspection)
• Visual Testing (VT): ตรวจหาความเว้าของผิวหน้า แต่ต้องพึงระวังว่าผิวที่ดูเรียบอาจมีโพรงอยู่ข้างใต้
• Liquid Penetrant Testing (PT): เป็นขั้นตอนบังคับสำหรับสเตนเลส เพื่อดึงสารแทรกซึมออกจากโพรงหรือรอยร้าวขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
• Post-Weld Treatment: การทำ Pickling & Passivation เพื่อกำจัดชั้นออกไซด์และฟื้นฟูฟิล์มโครเมียมที่ถูกทำลายไป ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกาะตัวของจุลชีพ

บทสรุปทางวิศวกรรม: การจัดการกับ Crater Pipe ไม่ใช่เพียงแค่การทำให้แนวเชื่อมดูเต็ม แต่คือการบริหารจัดการ "พฤติกรรมการแข็งตัวของโลหะ" เพื่อกำจัดจุดอ่อนที่จะกลายเป็นแหล่งสะสมความเค้นและรังของเชื้อโรคในระบบท่ออุตสาหกรรม
#วิเคราะห์การเสียหาย
#วิศวกรรมการเชื่อม
#โลหะวิทยา
#โพรงหดตัว
#เหล็กกล้าไร้สนิม
#การกัดกร่อนจากจุลชีพ

เจาะลึกเคส: เพลาสายพานลำเลียงหักสะบั้น! เมื่อ "ความล้า" ทลายหัวใจของโรงงานน้ำตาลในการวิเคราะห์ความเสียหาย (Failure Analy...
27/03/2026

เจาะลึกเคส: เพลาสายพานลำเลียงหักสะบั้น! เมื่อ "ความล้า" ทลายหัวใจของโรงงานน้ำตาล

ในการวิเคราะห์ความเสียหาย (Failure Analysis) หน้างานจริง สิ่งที่เราเห็นไม่ใช่แค่เหล็กหักชิ้นหนึ่ง แต่มันคือ "บันทึกเหตุการณ์" ที่ซ่อนรอยนิ้วมือของสาเหตุเอาไว้ครับ จากภาพที่แอดมินได้รับมา เราพบเบาะแสสำคัญที่น่าสนใจมาก ดังนี้ครับ:

🔍 รอยนิ้วมือของความเสียหาย (Fracture Evidence)

1. จุดเริ่มต้นรอยแตก (Crack Initiation): เกิดขึ้นบริเวณ "ร่องลิ่ม" (Keyway) ซึ่งในทางวิศวกรรมออกแบบ เราเรียกจุดนี้ว่าเป็น Stress Concentrator หรือจุดรวมความเค้นที่อันตรายที่สุด หากรัศมีมุมร่องลิ่ม (Fillet Radius) แคบเกินไป หรือมีการติดตั้งที่ไม่สมบูรณ์ รอยแตกเล็กๆ จะเริ่ม "ฟักตัว" ที่นี่

2. กลไกการแตกหักแบบล้า (Fatigue Fracture - 30%): พื้นผิวที่เรียบเนียน (Smooth Zone) บ่งบอกถึงการที่เพลาถูกใช้งานภายใต้แรงบิดและแรงดัดซ้ำไปซ้ำมา (Cyclic Loading) รอยแตกจะค่อยๆ ขยายตัวอย่างเงียบเชียบจนกินพื้นที่ไปเกือบ 1 ใน 3 ของหน้าตัด โดยที่เครื่องจักรยังดูเหมือนทำงานปกติ

3. การแตกหักทันทีทันใด (Final Fast Fracture - 70%): เมื่อพื้นที่ส่วนที่เหลือไม่สามารถรับภาระ (Load) ได้อีกต่อไป เพลาจึงหักสะบั้นลงอย่างรุนแรง ทิ้งรอยผิวขรุขระไว้เป็นหลักฐานสุดท้าย

🛠️ หากคุณเป็น "วิศวกรวิเคราะห์" คุณจะเริ่มจากจุดไหน?
เพื่อให้การแก้ปัญหาไม่จบลงแค่การ "เปลี่ยนอะไหล่ใหม่แล้วรอวันหักซ้ำ" ผมขอชวนทุกท่านมาร่วมแชร์มุมมองตามหลักวิศวกรรมสากล ดังนี้ครับ:

1. ด้านวัสดุ (Material Check): ท่านคิดว่าค่าความแข็ง (Hardness) หรือโครงสร้างจุลภาค (Microstructure) ของเหล็กเพลาตัวนี้ เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่มีทั้งฝุ่นและแรงกระแทกในโรงงานน้ำตาลหรือไม่?

2. ด้านการออกแบบและผลิต (Design & Manufacturing): ร่องลิ่มควรมีการปรับปรุงอย่างไร? เช่น การทำ Stress Relief Groove หรือการเจียระไนผิวเพื่อลดความหยาบ (Surface Roughness) ที่อาจเป็นจุดกำเนิดรอยแตก

3. ด้านการใช้งานและบำรุงรักษา (Operation & Maintenance): การตั้งศูนย์เพลา (Alignment) หรือความตึงของสายพานที่มากเกินไป (Over-tension) มีส่วนเร่งให้เกิดการล้าเร็วขึ้นหรือไม่?

4. การตรวจสอบแบบไม่ทำลาย (NDT): เราควรนำเทคนิคใดมาใช้ตรวจจับรอยแตกเล็กๆ ก่อนที่มันจะหัก? (เช่น Magnetic Particle Testing หรือ Ultrasonic Testing)

💡 เปลี่ยน "ความเสียหาย" ให้เป็น "บทเรียน"
การวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง (Root Cause Analysis) คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะถ้าเราไม่รู้ว่า "ทำไมถึงหัก" เราก็ไม่มีทางรู้ว่า "จะป้องกันอย่างไร" ไม่ให้สายการผลิตต้องหยุดชะงัก (Downtime) ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายมหาศาลต่อชั่วโมง

"เพราะเหล็กไม่ได้หักด้วยอุบัติเหตุ แต่มันหักด้วยกลไกทางวิทยาศาสตร์เสมอ"

📢 ร่วมแสดงความคิดเห็นกันครับ: หากเป็นท่าน ท่านจะเลือกใช้เครื่องมือหรือวิธีการใดในการพิสูจน์สมมติฐานนี้? คอมเมนต์แลกเปลี่ยนความรู้กันได้เลยครับ!
#วิศวกรรมวัสดุ #โรงงานน้ำตาล
ต้องการให้ผมช่วยร่างหัวข้อถัดไปเกี่ยวกับการแก้ไขเชิงป้องกัน (Preventive Action) หรือเจาะลึกเรื่องเกรดเหล็กที่ควรใช้สำหรับเพลาประเภทนี้ไหมครับ?

27/03/2026

📢 ขอเชิญเข้าร่วมรับฟังเสวนาวิชาการ หัวข้อ
“การกัดกร่อนกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ”

🎤 พบกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ
• ดร.เอกรัตน์ ไวยนิตย์
• คุณสุพจน์ สุขพิศาล
• คุณเทพฤทธิ์ ชยาพิวัฒน์
• รศ.ศิริลักษณ์ นิวิฐจรรยงค์

📅 วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569
⏰ เวลา 09.00 – 12.30 น.
📍 ณ ห้องประชุม Lotus Ballroom โรงแรม Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok

💡 เวทีแลกเปลี่ยนความรู้ด้าน การกัดกร่อนและเทคโนโลยีวัสดุ เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แล้วพบกันครับ 🤝🌱

📢 Free Seminarทำไมพ่นน้ำเกลือตามมาตรฐานเดียวกันอย่างASTM International B117แต่ผลการทดสอบกลับ “ไม่เคยเหมือนเดิม” !?หรือจร...
20/02/2026

📢 Free Seminar

ทำไมพ่นน้ำเกลือตามมาตรฐานเดียวกันอย่าง
ASTM International B117

แต่ผลการทดสอบกลับ “ไม่เคยเหมือนเดิม” !?

หรือจริง ๆ แล้ว…
คุณอาจกำลังเข้าใจข้อกำหนดของ ASTM B117 คลาดเคลื่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว

🔍 งานสัมมนาพิเศษครั้งนี้
จะพาคุณเจาะลึกการใช้งานมาตรฐาน
ASTM B117 — มาตรฐานการทดสอบการกัดกร่อน
(Salt Spray Test) ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรมไทย

พร้อมแนะนำเทคโนโลยีการทดสอบการกัดกร่อนด้วยเครื่อง
Q-FOG
ที่จะช่วยยกระดับ “ความแม่นยำ”
และ “ความน่าเชื่อถือ” ของผลการทดสอบของคุณ

🗓 วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569
🕘 เวลา 08.45 – 12.00 น.

✅ เข้าร่วมงานฟรี
🎓 รับ Certificate หลังจบการสัมมนา

📌 ลงทะเบียนสำรองที่นั่งได้ที่
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdWg8cMRVu_nNlwfo_9fJJUNlIRsPCv0lKNarwmxYlIeNMg6A/viewform

📞 สอบถามเพิ่มเติม / ให้เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนแทน
โทร. 02-898-0411-14
📧 [email protected]






นิยามรักของนักโลหะHappy Valentine’s Day ครับสีที่รั้วกับคนที่รัก มีคนเคยถามผมว่า ซ่อมรั้วแล้วทาสีใหม่ ทำไมเดี๋ยวเดียวมัน...
13/02/2026

นิยามรักของนักโลหะ

Happy Valentine’s Day ครับ

สีที่รั้วกับคนที่รัก

มีคนเคยถามผมว่า ซ่อมรั้วแล้วทาสีใหม่ ทำไมเดี๋ยวเดียวมันก็ลอก ทาทับใหม่ก็ยังลอกอีก

มีคำอธิบายหรือมีคำแนะนำอะไรบ้างไหม?

คำตอบของผมคือ

ก็ทำเหมือนเวลาที่เรารักใครซักคนรักนั่นแหละ

โดยอย่างแรกที่เราต้องทำคือ!!

1: ไม่ทับซ้อน

ในกรณีที่เราทาสีอยู่บนรั้วเหล็กแล้ว สีอาจมีการลอกไปบ้าง
บางส่วนมีสนิมไม่สวยงาม

หากต้องการทาสีใหม่ เราไม่ควรทาสีทับสีเดิมโดยทันที

เราต้องขัดสนิมออกก่อนรวมถึงสีเก่าที่สภาพหลุดล่อนออกด้วย

พึงระลึกไว้เสมอว่า

หากมีสนิมเกิดขึ้นแล้วเราทาสีลงไป

สีจะเกาะอยู่บนสนิม ไม่ใช่เกาะอยู่บนผิวเหล็ก
มันไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน

สนิมบนผิวเหล็กพร้อมที่จะหลุดล่อนอยู่เสมอ
เนื่องจากมีแรงยึดเหนี่ยวต่ำกับตัวเหล็ก

สนิมที่อยู่ใต้สีสามารถขยายตัวต่อได้
พอสนิมขยายตัวมากพอจะจะหลุดออกจากเหล็ก

และและทำให้ชั้นสีใหม่ที่เราทาหลุดลอกออกด้วย

และเรื่องนี้ไม่จบง่าย ๆ เพราะ

สมบัติของสีเก่าที่แตกต่างจากสีใหม่
ความชื้นจากสนิมเหล็ก

สามารถเหนี่ยวนำให้เกิดการกัดกร่อนในรูปแบบ Filiform Corrosion ได้

ซึ่ง Filiform Corrosion สามารถขยายตัวใต้ชั้นเคลือบ
และเป็นเหตุผลให้สีหลุดล่อนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หากเราไม่แก้ไข

ดังนั้นเราจึงควรทำการลอกสนิมและสีเก่าออกก่อนทุกครั้งก่อนทาสีใหม่

2: ดูแลและใส่ใจ (ในการเตรียมผิว)

การทาสี การเตรียมผิวก่อนการทาสีเป็นกระบวนการที่สำคัญ

ผิวเหล็กที่ต้องการทาสีจำเป็นต้องขัดสนิมออกก่อน และมีความหยาบผิวที่เหมาะสมกับสีที่เราต้องการทา

ผิวที่เรียบเกินไปจะขาดแรงยึดเกาะจาก Mechanical Bonding เช่น ผิวโลหะที่ขัดจนมันวาว เราจะเห็นได้ว่าทาสียากมาก

ในทางกลับกัน ผิวที่มีความหยาบสูงเกินไป ก็อาจทำให้สีแพร่ซึมเข้าสู่ผิวหน้าเหล็กได้ยากเช่นเดียวกัน

เราจึงควรใส่ใจกับการเตรียมผิวให้เหมาะสมกับสีและงานของเรา

3: เวลาที่ใช่

การทาสีจะให้ดี เราอาจต้องดูพยากรณ์อากาศด้วยครับ

เนื่องจากความชื้นมีผลอย่างมากต่อการยึดเกาะของสี
โดยเฉพาะหากอากาศมีความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า 60% อย่างบ้านเรา

อุณหภูมิบนผิวงานที่เราต้องการทาสี หากต่ำกว่าอุณหภูมิในบรรยากาศ 7–9 องศา ก็สามารถทำให้เกิดการกลั่นตัวของฟิล์มน้ำเล็ก ๆ บนผิวเหล็กได้

และทำให้สมบัติการยึดเกาะของสีกับเหล็กลดต่ำลง

ซึ่งหากใครเคยจอดรถไว้กลางแจ้งและทิ้งไว้ข้ามคืน จะเห็นปรากฏการณ์การกลั่นตัวของหยดน้ำได้บ่อย ๆ ในตอนเช้า

หรือหากต้องการความสบายใจในการทำงาน
เราอาจจะหาคนมาปักตะไคร้ก่อนทาสีก็ได้ครับ 😎😎

ถึงบรรทัดนี้ เริ่มเชื่อกันแล้วใช่ไหมครับ
การทาสีก็เหมือนกับการดูแลคนที่คุณรักนั่นแหละครับ!!

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนสมหวังกับความรัก เอ๊ยยย!!

สำเร็จกับการทาสีรั้วบ้าน

Happy Valentine’s Day ครับ

#เหล็กไม่เอาถ่าน

Ref.

The Mechanisms of Metallurgical Failure: The Origin of Fracture, John Campbell, Elsevier, 2020.

NACE Corrosion Engineer’s Handbook, 3rd edition, 2020.

ทีมวิจัยการวิเคราะห์ความเสียหายและวิศวกรรมการเชื่อถือรับสมัครนักศึกษาฝึกงาน / นักศึกษาสหกิจศึกษาหน้าที่ / ความรับผิดชอบ1...
11/02/2026

ทีมวิจัยการวิเคราะห์ความเสียหายและวิศวกรรมการเชื่อถือ
รับสมัครนักศึกษาฝึกงาน / นักศึกษาสหกิจศึกษา

หน้าที่ / ความรับผิดชอบ

1. ร่วมทีมวิเคราะห์ความเสียหายของชิ้นส่วนวิศวกรรม
2. เตรียมชิ้นงานทดสอบ
3. ตรวจสอบโครงสร้างจุลภาค
4. ตรวจสอบสมบัติทางกล
5. ทำหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

คุณสมบัติ

1. ศึกษาอยู่ใน สาขาวิศวกรรมโลหการ สาขาวิศวกรรมวัสดุ สาขาวิทยาศาสตร์วัสดุ หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ชั้นปีที่ 3 ขึ้นไป
2. ชอบเรียนรู้งานใหม่ ๆ และท้าทาย
3. สามารถรับแรงกดดันได้ดี
4. มีความรับผิดชอบสูง
5. สามารถปฏิบัติงานนอกพื้นที่ได้

สามารถส่งใบสมัคร พร้อม CV และ Transcrip
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

โฆษิต วงค์ปิ่นแก้ว

E-Mail: [email protected]
https://www.facebook.com/FA.FACT

ทำไมนรกต้องใช้กระทะทองแดง ?คำถามแปลก ๆ จากน้องที่ทำงานที่เอ่ยถามผมในระหว่างที่เรารอสั่งกาแฟตอนเช้าก่อนเข้าทำงานให้พี่ตอบ...
22/01/2026

ทำไมนรกต้องใช้กระทะทองแดง ?

คำถามแปลก ๆ จากน้องที่ทำงานที่เอ่ยถามผมในระหว่างที่เรารอสั่งกาแฟตอนเช้าก่อนเข้าทำงาน

ให้พี่ตอบจริงดิ ? ผมถามกลับ

จริง ๆ ดิพี่ หนูอยากรู้ว่ามันจะมีเหตุผลทางด้านวัสดุไหม ?

มันก็พอมีเหตุผลอยู่นะ ที่ทำไมนรกต้องใช้กระทะทองแดง ผมตอบกลับไป พร้อมคิดในใจว่าคงยาวอีกแล้ว

ยังไงอะพี่ ?? ใช้กระทะอื่น ๆ ไม่ได้เหรอ ?

กระทะเหล็ก กระทะทองเหลือง หรือ กระทะอะลูมิเนียม
แบบที่ปิ้งหมูกระทะแทนได้ไหม ?

ณ เวลานี้ วิญญาณเจ้าหนูจัมมัย
ได้มาสิงสถิตในตัวน้องที่ทำงานผมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ไม่ได้เว้ยยยยย มันมีเหตุผลด้านความยุติธรรม
ยังไงนรกยังไงท่านยมก็ต้องใช้กระทะทองแดง !!

ทำไมอ๊ะ ?

อย่างแรกเลยที่เราต้องมองสมบัติของกระทะที่ใช้ในการต้มคน คือ
ค่าการนำความร้อน (Thermal Conductivity)

ค่านำความร้อนที่ดีนี้แหละที่ทำให้ทุกตำแหน่งของกระทะมีอุณหภูมิที่ไม่ต่างกันมากนักและทำให้เกิดความยุติธรรม

ลองคิดดูนะหากเราใช้กระทะที่ทำจากกสเตนเลส 304
ตรงกลางมันจะร้อนกว่าบริเวณขอบกระทะเพราะความร้อนถ่ายเทไม่ดี
ลองสังเกตุหม้อสเตนเลสที่บ้านดูก็ได้ ตรงก้นที่เจอเปลวไฟจากเตาแก๊สตรง ๆ จะไหม้และดำกว่าจุดอื่น

ที่นี่ละวิญญาณบาปที่อยู่ตรงกลางก็จะร้องเรียนท่านยมได้ว่า
นรกไม่มีความยุติธรรม !!

ในทางทฤษฎีเราจึงควรเลือกโลหะที่นำความร้อนได้ดีอย่าง
เงิน และ ทองแดง

แต่ด้วยราคาของเงินที่สูงกว่าทองแดงมาก
แต่มีสมบัติการนำความร้อนไม่ต่างกันมากกับทองแดง

การใช้กระทะทองแดงเป็นกระทะจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าทางด้านเศรษฐศาสตร์

อีกอย่างเงินโดนเกลือนิดหน่อยก็ดำ และเงินบริสุทธิ์ก็อ่อนมาก
เอามาใส่คนเยอะ ๆ มันก็ไม่ไหว เดี๋ยวกระทะพังหมด
การใช้เงินมาทำกระทะจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี

หากท่านยมอยากลดต้นทุนมาใช้กระทะเหล็ก
มันก็มีข้อเสียที่สำคัญคือ สมบัติการกัดกร่อนที่แย่

ใช้ ๆ ไปเหล็กมันก็ถูกกัดกร่อนและละลายออกมาอยู่เจือปนอยู่ในน้ำที่ใช้ต้ม
ที่นี้เราควบคุมคุณภาพน้ำที่อยู่ในกระทะไม่ได้ จุดเดือดของน้ำในกระทะก็อาจสูงขึ้นจากเหล็กอิออนที่ละลายออกมา

ไม่พ้นวิญญาณบาปก็จะมาโวยกันอีก

ไอ้ครั้นจะมาเติมน้ำเปลี่ยนน้ำกันบ่อย ๆ
เพื่อคุมคุณภาพน้ำมันก็เพิ่มต้นทุนผันแปร มองยังไงมันก็ไม่คุ้ม
แถมไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

จะว่าไปปัญหาของกระทะเหล็กก็คล้าย ๆ
กับการที่เราไม่ใช้กระทะเหล็กมาต้มทำขนม ต้มน้ำเชื่อมนั้นแหละ
เหล็กมันปนเปื้อนในอาหารได้ง่ายเพราะความต้านทานการกัดกร่อนต่ำ

ทำอาหารแห้งอย่างข้าวผัดอาจจะดีได้กลิ่นหอมกระทะ
แต่หากทำอาหารหรือขนมแบบน้ำ ๆ

เหล็กมันละลายลงมาก ๆ ทีนี้รสชาติมันจะเพื้ยน ๆ
แถมขนมยังดำอีก

จะเปลี่ยนมาใช้อะลูมิเนียม ใช้ ๆ ไปก็ดำเหมือนกัน
แถมอะลูมิเนียมออกไซด์ที่เกิดขึ้นตอนใช้งานก็มีรูพรุน
อาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค

แค่ถูกต้มในกระทะก็โทษอยู่หนักแล้ว ทรมานซ้ำซ้อนเสี่ยงเป็นโรคอีก
ท่านยมสงสารแกเลยไม่เลือกใช้กระทะอะลูมิเนียม

ครั้นเอากระทะทองเหลืองที่ถูกกว่าทองแดงมาใช้เองก็ไม่เหมาะ
เพราะกระทะพวกนี้ใช้ที หลายกัป หลายกัลป์

ทองเหลืองทำจากทองแดงผสมสังกะสีโครงสร้างจะมี 2 เฟสที่มีสมบัติการกัดกร่อนต่างกัน

ใช้ต่อเนื่องกันนาน ๆ มันจะเกิดหรือ การสูญเสียสังกะสีในเนื้อทองเหลือง (Dezincification)
ทีนี้เนื้อทองเหลืองสีมันจะแดงขึ้นเรื่อย ๆ และที่ผิวก็มีรูพรุน

ใช้ไปใช้ไป กระทะทองเหลืองมันก็ทะลุได้

การใช้ทองแดงทำกระทะในนรกจึงถือเป็นทางเลือกที่ดีสุด

เพราะนอกจากจะนำความร้อนได้ดีแล้วทองแดงมีเองก็มีฟิล์มออกไซด์อย่าง CuO CuO2 ที่ทนต่อการกัดกร่อน

เอามาต้มน้ำเชื่อมรสชาติก็ไม่เพื้ยม เอามาทำขนม ขนมก็ไม่ดำ

และหากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์
ทองแดงเองก็เป็นโลหะชนิดแรก ๆ ที่มนุษย์เราใช้กัน

เราสามารพบเห็นทองแดงบริสุทธิ์ได้ในธรรมชาติ
และไม่จำเป็นต้องถลุงก่อนการใช้งาน
(สมัยนี้แทบจะไม่เหลือแล้วต้องถลุงจากสินแร่)

ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์จึงมีการใช้ทองแดงและโลหะผสมทองแดงก่อนโลหะอื่น ๆ และทำให้เรามียุคบรอนซ์ก่อนยุคเหล็ก

รวมถึงเป็นยุคที่ความเชื่อและศาสนาเองเริ่มมีอิทธิพลต่อผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ

ท่านยมเองก็เลยบอกว่า ของที่ดีอยู่แล้วไม่รู้จะเปลี่ยนมันทำไม

ทั้งหมดเนี่ยละคือเหตุผลว่าทำไมนรถถึงใช้กระทะทองแดง !!

หลังจากสาธยายมาเนิ่นนานผมก็กล่าวสรุปจบ

โห....รู้ดีขนาดนี้ ถามจริง พี่เคยลงไปแช่ในกระทะทองแดงมาก่อนรึเปล่าคะ ?

ถึงคราวนี้ผมได้แต่ส่ายหัว ไม่เสียเวลาตอบอะไรให้มันยืดยาวอีกต่อไป

รีบคว้าแก้วกาแฟที่ร้านเพิ่งชงเสร็จแล้วบอกกับน้องคนขายว่า
เก็บเงินกับน้องที่อยู่ข้างหลังนะครับ !!

#เหล็กไม่เอาถ่าน

ทำไมถุงขนมต้องมีรอยหยัก ?"พี่ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กินหนมเปล่า ????"เจ้าหนูจัมมัย คนดีคนเดิมประจำที่ทำงานกระโดดมาขวางผมระหว่างท...
21/01/2026

ทำไมถุงขนมต้องมีรอยหยัก ?

"พี่ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กินหนมเปล่า ????"

เจ้าหนูจัมมัย คนดีคนเดิมประจำที่ทำงานกระโดดมาขวางผมระหว่างทางเดินก่อนเข้าห้องแล็บ

"ไม่เอาเฟ๊ยยยย อ้วนแล้ว"

ผมตอบพร้อมปฏิเสธไป

"เอาหน่อยน่าชิ้นสองชิ้น แต่พี่แกะให้หนูด้วยนะ"

"กินเอง ก็แกะเองดิ"

ผมตอบแบบไม่ต้องคิดเพราะไม่มีผลประโยชน์อะไรมาทับซ้อน

"ก็มันแกะไม่ออกอ๊ะ พี่แกะให้หน่อย"
ในที่สุดเจ้าหนูจัมมัยก็เปิดเผยสิ่งที่ต้องการจริง ๆ ออกมา

คือจริง ๆ แล้ว แกะไม่ออก ก็เลยจะให้พี่ช่วยว่างั้น ?
ผมตอบกลับ พร้อมเอื้อมมือไปหยิบถุงขนมออกมาแกะ

ทำไมพี่แกะง่ายจัง ?
แม้จะแกะถุงขนมให้ไปแล้วแต่เจ้าหนูจัมมัยยังคงไม่หยุดปล่อยให้ผมเดินผ่านไปได้โดยสะดวก

ก็พี่เป็นผู้ชายไง แรงก็เลยเยอะกว่าเรา

จริงอ๊ะ !! หนูไม่เชื่อหรอก พี่มีเคล็ดลับอะไรบอกหนูมาซะดีดี

แล้วทำไมพี่ไม่เปิดแบบหนู ทำไมพี่ต้องฉีกตรงถุงตรงรอยหยักอะ !!

เจ้าหนูจัมมัย ยังไม่ยอมเชื่อคำตอบผมง่าย ๆ
และพยายามไล่บี้หาคำตอบอีกเช่นเคย

เอาว่ะ !!
เพื่อความสงบสุขของโลก และ องค์ความรู้ในการแกะถุงขนมจะได้ส่งต่อไปถึงเด็กรุ่นหลัง

ผมจึงตัดสินใจพาตัวเองและและเจ้าหนูจัมมัยหามุมสงบหน้าร้านกาแฟและเริ่มบรรยายกลศาสตร์ของถุงขนม !!!

เมื่อกี้เราเห็นใช่ไหมว่าพี่เริ่มฉีกถุงขนมจากรอยยัก ?

เห็นค่า...........หนูถึงถามพี่ไงคะ
ว่าทำไมพี่ถึงแกะขนมจากตรงนี้ ไม่ดึงตรง ๆ แบบที่หนูทำ

คืองี้……..

ถ้าพี่ดึงถุงขนมตรง ๆ แบบเรา สิ่งที่พี่ต้องทำ คือ ต้องออกแรงให้มากพอที่จะทำให้ความเค้นแรงดึงที่เกิดขึ้นมันมากกว่าความแข็งแรง (Strength) ของซองพลาสติกที่มันซีลอยู่ เราเข้าใจไหม ?

เข้าใจค่า......
ทีนี้ไอ้การดึงมันก็ไม่ง่ายนะ ถ้าถุงเขาซีลมาดีแถม ยิ่งถุงขนมที่เราซื้อเห็นไหมข้างในมันสีเงิน ๆ

เห็นค่า...........

นั้นแหละมันคืออะลูมิเนียมชีทแผ่นบาง ๆ ที่เขาใส่เสริมเข้ามาเพื่อไม่ให้ไนโตรเจนที่เขาอัดแถมมาให้ในถุงขนมรั่วออก

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการแกะถุงขนมกันละค้า...........
ไม่เกี่ยวหรอก แต่อยากบอกว่าถ้าขนมอยู่ในถุงแบบนี้มันจะกันน้ำกันอากาศได้ดี ขนมทอด ๆ ที่อยู่ในถุงมันจะไม่หืน

ค่า...........กลับเข้าประเด็นได้แล้วค่า...............

โอเค สรุปแบบง่าย ๆ นะ

คือ การดึงตรง ๆ แบบเรา เราต้องออกแรงให้เกินค่า ความแข็งแรงสูงสุด (Ultimate Strength: UTS) ของซองพลาสติกที่มันซีลกันอยู่
Tensile

จนเข้าสู่ช่วงที่เกิดการแตกหักหรือฉีกขาด (Fracture point)
ยิ่งซองหนามันก็ยิ่งดึงออกได้ยาก ยิ่งซีลดีมันก็ยิ่งดึงออกได้ยาก
ผู้หญิงบอบบาง บางคนถึงดึงไม่ออก

บางทีเปิดได้ขนมหกหมดก็มี

เพราะหากเราไม่ค่อย ๆ ดึงใส่แรงมากเกินไปทีเดียว
พลาสติกจะเปลี่ยนแปลงสมบัติจากเหนียวเป็นเปราะ (Ductile to Brittle)
เนื่องจากมีอัตราการยืดตัวสูง (High Strain Rate)
และทำให้ถุงขนมฉีกขาดได้ในพรวดเดียว

ค่า...........หนูก็บอบบางค่า..............

แล้วทำไมบางทีดึงแบบนี้ บางทีมันก็ไม่ขาดแบบพรวดเดียวละคะ ?

ก็ขนมบางถุงก็ซีลไม่ดีไง ซีลไม่สม่ำเสมอ เนื้อพลาสติกที่ซีลบางตำแหน่งมันไม่เป็นเนื้อเดียวกันนะ

พอพลาสติกไม่เป็นเนื้อเดียวกัน ตำแหน่งนั้นก็เป็นเหมือนของบกพร่อง
ซึ่งจุดบกพร่องจะทำให้ความสามารถในการรับแรงของถุงลดลง
ถึงก็จะฉีกง่ายขึ้นและเราไม่ต้องใช้แรงมาก

และต่อให้เรามีแรงไม่มากพอที่จะดึงถุงให้ขาด แต่หากเราดึงไปเรื่อย ๆ ก็ทำให้ถุงฉีกขาดได้เหมือนกัน

เพราะข้อบกพร่องจะทำหน้าที่เหมือนมือนรอยบาก หรือ Notch เวลาเราทดสอบการล้า (Fatigue) ของวัสดุ

ข้อบกพร่องพวกนี้สามารถขยายตัวได้แม้จะรับแรงไม่ถึงจุดคราก (Yield Point)

ยิ่งข้อบกพร่องขยายตัวมาก ความสามารถในการรับแรงก็น้อยลงเรื่อย ๆ
และสุดถ้ายเราก็สามารถเปิดถุงขนมได้แม้จะใช้แรงไม่มาก
เราเลยแกะขนมได้โดยไม่หกไง

เข้าใจแล้วค่า....................

แล้วพี่มีเหตุผลอะไรคะ ถึงฉีกซองขนมหนูตรงรอยยักอ๊ะคะ ??

อ้อก็ตรงรอยยักมันก็เหมือนรอยบากเหมือนกัน

ถ้าเราออกแรงแถวตรงนี้ ความเค้นที่กระทำที่ปลายรอยแตกจะสูงกว่าตำแหน่งอื่น ๆ เนื่องจากจุดศูนย์รวมความเค้น (Stress Concentrator) ทำให้เกิดการฉีกขาดได้ง่าย

และโหมดความเสียหายจะเปลี่ยนจาก

"การยืดตัวจนขาด" (Tensile Failure/Ductile Tearing) ในกรณีที่เราดึงถุงแยกออกจากกันโดยตรง

ไปเป็นการ "ขยายตัวของรอยแตก" (Crack Propagation)

ซึ่งใช้พลังงานในการทำให้เกิดการฉีกขาดน้อยกว่ามหาศาล

โดยบริเวณรอยยักจะมีค่าความเค้นวิกฤติการแตกหัก (Critical fracture Stress: ) ต่ำกว่าตำแหน่งที่ไม่มีรอยยัก

และใช้แรงเพียงไม่มาก ไม่จำเป็นต้องถึงจุดคราก (Yield)
ก็เกิดการฉีกบริเวณรอยยักได้

แต่การฉีกถุงขนมบริวณรอยยักก็มีโอกาสเสี่ยงสูงมากที่จะทำให้เกิดการเกิดการขาดแบบพรวดเดียว

เนื่องจากยิ่งรอยฉีกขาดยาวเท่าไหร่ความเค้นวิกฤติการแตกหัก
จะยิ่งลดลง

และรอยแตกจะขยายตัวได้ง่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ
จนบางทีเราอาจหยุดการขยายตัวของรอยฉีกขาดไม่ทัน

หลักการนี้ก็เป็นกลไกเดียวกับความเสียหายจากการล้า (Fatigue Crack)

ซึ่งเกิดจากกลไก"ขยายตัวของรอยแตก" (Crack Propagation)

และเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องจักรเกิดการแตกหักแม้จะรับความเค้นไม่ถึงจุดคราก (Yield Stress) หรือ ความเค้นต่ำกว่าที่ออกแบบไว้

เข้าใจแล้วค่าาาาาาา

ว่าแต่พี่คืนถุงขนมให้หนูได้หรือยังคะ ?

หลังจากเจ้าหนูจัมมัยกล่าวจบ
ก็ไม่มีความจำเป็นใดใดที่ผมจะต้องตอบคำถามอีกต่อไป

ผมได้แต่ผยักหน้าแทนการบอกว่าโอเคเข้าใจรับทราบ
พร้อมกับเทมันฝรั่งที่อยู่ในถุงลงบนมือให้มากที่สุด
เพื่อให้แน่ใจว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปในวันนี้

#เหล็กไม่เอาถ่าน

Ref.
1. F.C. Campbell, Fatigue and Fracture —Understanding the Basics, ASM International, USA, 2012.
2. ASM Metals Handbook Volume 11: Failure Analysis and Prevention, ASM International, United States of America., 2002.
3. ASM Metals Handbook Volume 19: Fatigue and Fracture, ASM International, United States of America., 1996.

หลักสูตรฝึกอบรม NDTASNT:VT Level IIสำหรับงานตรวจสอบรถโดยสารครับ
15/01/2026

หลักสูตรฝึกอบรม NDT
ASNT:VT Level II

สำหรับงานตรวจสอบรถโดยสารครับ

🚍 ยกระดับความปลอดภัยรถบัสโดยสารของประเทศ
ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วม 📌หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ทดสอบโดยไม่ทำลาย (Nondestructive Testing: NDT) สำหรับรถบัสโดยสาร
-----------------------
มุ่งพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถด้านการตรวจพินิจโครงสร้างและชิ้นส่วนรถบัสโดยสารอย่างเป็นระบบ เสริมองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม วัสดุ และกลไกความเสียหาย เพื่อสนับสนุนนโยบายการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการคมนาคม-ขนส่งของประเทศ และรองรับการใช้งานจริงในภาคปฏิบัติ
📌 เหมาะสำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบ วิศวกร และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
📌 เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและแนวทางการประเมินจุดเสี่ยงของความเสียหาย
-----------------------
📌วันที่ 10-13 มีนาคม 2569
เวลา 8.00-17.00 น.
ห้อง Lecture1 บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี
-----------------------
📌ค่าลงทะเบียน
▪️บุคคลทั่วไป 19,260 บาท (รวม Vat7%)
▪️ข้าราชการ/พนักงานองค์กรรัฐ 18,000 บาท (ไม่มี Vat7%)
-----------------------
📌สมัครและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
งานพัฒนากำลังคนเทคโนโลยีวัสดุ
(คุณบุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์)
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
โทรศัพท์ 025646500 ต่อ 4675
E-mail : [email protected]
https://www.mtec.or.th/practical-fractography-of-metals-3/

หลายครั้งที่เกิดความผิดพลาด เราไม่ได้ถอดบทเรียนตามหลักวิชาการและหลายครั้งที่มีการถอดบทเรียนแต่เราก็ไม่เคยเรียนรู้ที่จะหา...
15/01/2026

หลายครั้งที่เกิดความผิดพลาด
เราไม่ได้ถอดบทเรียนตามหลักวิชาการ

และหลายครั้งที่มีการถอดบทเรียน
แต่เราก็ไม่เคยเรียนรู้ที่จะหาทางและมาตรการแก้ไขกันอย่างจริงจัง

ขอแสดงความเสียหายใจกับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณเครนถล่มครับ

https://www.facebook.com/share/p/17gsbVbaLP/

ที่อยู่

ศูนย์เทคโนโลยีและวัสดุแห่งชาติ 114 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศ
ไทย
12120

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Metallurgical Failure Analysisผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท