Sonexay XPY Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from Sonexay XPY, Engineering service, ເສັ້ນທາງເລກທີ 13 ເຫນືອ, ຖະຫນົນຫລວງພະບາງ, Vientiane.

ວັນທິດກະບໍ່ໄດ້ພັກ ຕິດຕາມວຽກ ກວດເຊັກ ທຳຄວາມສະອາດ solar system TSB Vientiane (ມາເຮັດວຽກ ຫລື ມາເປັນພາລະຄົນອື່ນ ໄດ້ແຕ່ແນມ)
18/01/2026

ວັນທິດກະບໍ່ໄດ້ພັກ ຕິດຕາມວຽກ ກວດເຊັກ ທຳຄວາມສະອາດ solar system TSB Vientiane (ມາເຮັດວຽກ ຫລື ມາເປັນພາລະຄົນອື່ນ ໄດ້ແຕ່ແນມ)

ເຮັດວຽກເກັ່ງສ່ຳໃດຖ້າບໍ່ລາຍງານ = ບໍ່ໄດ້ເຮັດວຽກບໍ່ໄດ້ເຮັດວຽກແຕ່ລາຍງານ = ເຮັດວຽກຫນັກ #ລາຍງານ =  #ເຮັດວຽກ
01/12/2025

ເຮັດວຽກເກັ່ງສ່ຳໃດຖ້າບໍ່ລາຍງານ = ບໍ່ໄດ້ເຮັດວຽກ
ບໍ່ໄດ້ເຮັດວຽກແຕ່ລາຍງານ = ເຮັດວຽກຫນັກ
#ລາຍງານ = #ເຮັດວຽກ

13/05/2023

ช่วงนี้ฝนตก ดินจอมปลวกไม่แข็ง จึงขุดหาจาวปลวกได้ง่ายครับ😁 รอบนี้ได้มาเยอะแยะเลย

✅สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับการทำจุลินทรีย์จาวปลวก
- จาวปลวกบดละเอียด 1 กิโลกรัม
- ข้าวหุงกึ่งสุกกึ่งดิบ (ให้เป็นเม็ดๆ) 3 กิโลกรัม
- น้ำเปล่า 10 ลิตร
- น้ำซาวข้าว 5 ลิตร
- กะละมังผสม
- ถังที่มีฝาปิด สำหรับเก็บเชื้อจุรินทรีย์จาวปลวก
วิธีทำจุลินทรีย์จาวปลวก
- ใส่ข้าวหุงในกะละมังผสม3กก. จาวปลวกบดละเอียด1กก.
- ใช้มือคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน
- เสร็จแล้วนำไปเทใส่ในถังหมักที่เตรียมไว้
- ใส่น้ำซาวข้าว5ลิตรลงไปในถังหมัก
- ใช้ไม้คนให้เข้ากัน
- เสร็จแล้วปิดฝาทิ้งไว้3วัน แล้วเปิดฝาถังหมักจะเห็นเป็นเชื้อราขาวๆเหมือนดอกเห็ดเล็ก ๆ
- ให้เทน้ำใส่เพิ่มเข้าไปอีก10ลิตร และทำการคนให้เข้ากัน
- ครบ 10 วันนำไปใช้ได้
การประยุกต์ใช้จุลินทรีย์จาวปลวก
1.ใช้เพาะเห็ดโคนป่าแบบกึ่งพึ่งพาธรรมชาติ
โดยใช้น้ำจุลินทรีย์จาวปลวกแบบเข้มข้น จำนวนไม่จำกัด นำไปรดราดบริเวณโคนจอมปลวกให้ชุ่ม หรือใช้วิธีถากดินรอบจอมปลวก (ไม่ให้ลึกถึงรัง) ให้กระจายรอบๆ บริเวณโคนจอมปลวกให้สม่ำเสมอ จึงรดน้ำจุลินทรีย์จาวปลวกให้ชุ่มทั่วบริเวณ แล้วนำใบไม้ เศษห­้า หรือฟางข้าวคลุมให้มิด รดน้ำให้ชุ่ม โดยวิธีการนี้จะทำให้มีเห็ดโคนเกิดขึ้นมากกว่าปีละครั้ง
2.ใช้ย่อยสลายฟางข้าวในแปลงนา
โดยใช้จุลินทรีย์จาวปลวกแบบเข้มข้น จำนวน 10 ลิตรต่อไร่ ปล่อยไปตามน้ำหรือฉีดพ่นให้กระจายทั่วแปลงนา ระดับน้ำในแปลงนาต้องท่วมฟางข้าวประมาณ 1 ฝ่ามือ หมักทิ้งไว้ 5-7 วัน หากจะให้ฟางเปื่อยเร็วกว่านี้ ให้ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยน้ำหมักจากปลา เทใส่ไปพร้อมกับน้ำที่สูบเข้าแปลงนา จะทำให้จุลินทรีย์จาวปลวกย่อยสลายฟางข้าวอย่างรวดเร็ว ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำ ดินมีรูอากาศ
3. ใช้หมักปุ๋ย ฮอร์โมนพืช หรือน้ำหมักสมุนไพร
3.1 ใช้หมักแบบแห้ง นำใบไม้แห้ง หญ้าหรือฟางข้าว นำไปห่มดินไว้บริเวณใต้ต้นไม้ หนาประมาณ 1 ฝ่ามือ นำมูลสัตว์เททับด้านบนของวัสดุคุลมดิน แล้วใช้น้ำจุลินทรีย์จาวปลวกแบบเข้มข้นราดบริเวณที่ห่มดินไว้ให้ทั่ว และรดน้ำวัสดุคลุมดินให้เปียกชื้นทุกๆ 7 วัน
3.2 ทำฮอร์โมนไข่ นำไข่ (ได้ทุกชนิด) 1 ส่วนมาตีให้แตกเหมือนไข่เจียว จุลินทรีย์จาวปลวก 2 ส่วน เทลงในถังพลาสติกขนาด 5 ลิตร ใช้ไม้คนให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 7 วัน ใช้สำหรับเร่งดอกและมีปริมาณมาก วิธีใช้ฮอร์โมนไข่จุลินทรีย์จาวปลวก อัตราส่วน 1 ลิตร ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นในระยะที่พืชใกล้ออกดอก
3.3 ทำฮอร์โมนจากผักผลไม้ ฮอร์โมนสำหรับเร่งการเจริญเติบโตของพืชชนิดนั้น อัตราส่วนการหมัก พืชผักหรือผลไม้ 1 ส่วน ใส่น้ำหมักจุลินทรีย์จาวปลวก 2 ส่วน หมักทิ้งไว้ 7 วัน จึงนำน้ำหมักออกไปใช้ได้ โดยใช้น้ำหมัก 1 ส่วน ต่อน้ำ 20 ส่วน เมื่อเราเทน้ำหมักออกจากถังหมัก ให้สังเกตผักที่หมัก หากยังมีสภาพเดิม ให้เติมน้ำจุลินทรีย์จาวปลวกลงไปในถังหมักอีกครั้งหนึ่ง เมื่อครบ 7 วันก็นำน้ำหมักออกไปใช้เช่นเดิม ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าผักหรือผลไม้ในถังจะย่อยสลายจนหมด
3.4 ทำปุ๋ยน้ำจากปลา หอย ปู กุ้ง นำวัสดุที่ใช้หมัก เช่น เศษปลา หรือปลาเล็กปลาน้อย หอย กุ้ง ปู 1 ส่วน น้ำจุลินทรีย์จาวปลวก 2 ส่วน เทลงในถังพลาสติก หมักทิ้งไว้ 7 วัน จึงนำน้ำหมักออกมาใช้ได้ ใช้สำหรับเร่งราก เร่งลำต้น วิธีใช้ สามารถหยดปุ๋ยนี้ลงในน้ำที่ปล่อยไหลเข้าแปลงนา หรือกรองแล้วนำไปผสมน้ำ อัตราส่วน 1 ส่วน ต่อน้ำ 200 ส่วน สำหรับฉีดพืชผัก และผสมน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 100 เพื่อใช้บำรุงดิน
3.5 ใช้หมักสมุนไพรควบคุมแมลงศัตรูพืช
(1.) สมุนไพรรสขม เช่น สะเดา (เมล็ด เปลือก ใบ) และบอระเพ็ด พิษของรสขมจะตัดวงจรชีวิตหนอนแมลงศัตรูพืช หากฉีดพ่นโดนไข่แมลงศัตรูพืช ไข่จะไม่เกิดเป็นตัวอ่อน หากฉีดพ่นโดนตัวอ่อน ตัวอ่อนจะไม่ลอกคราบเป็นตัวแก่ หากฉีดพ่นโดนตัวแก่ ตัวแก่จะเป็นหมันไม่วางไข่ เป็นการป้องกันหนอนและแมลงศัตรูพืชอย่างยั่งยืน
(2.) สมุนไพรรสฝาด เช่น เปลือกมังคุด เปลือกประดู่ พิษของรสฝาด ช่วยป้องกันเชื้อไวรัสที่มาทำลายพืชแบบเฉียบพลัน
วิธีทำ นำสมุนไพรรสขมและรสฝาดมาสับให้ละเอียด เทลงในถังพลาสติกพร้อมน้ำจุลินทรีย์จาวปลวก อัตราส่วน 1 ต่อ 2 หมักทิ้งไว้ 7 วัน นำไปใช้ฉีดพ่นป้องกันหนอนและแมลงศัตรูพืชทุกชนิด ในอัตรา 600 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ควรฉีดพ่นในเวลาเย็น ตั้งแต่ 5 โมงเย็นเป็นต้นไป เมื่อน้ำหมักสมุนไพรหมด สามารถเติมน้ำจุลินทรีย์จาวปลวกลงไปอีกได้เรื่อยๆ หมักไว้ 7 วัน จึงนำมาใช้ซ้ำได้ ทำเช่นนี้ได้จนกว่าสมุนไพรจะย่อยสลายหมด
3.6 ใช้หมักสมุนไพรควบคุมและกำจัดวัชพืช โดยนำสมุนไพรที่มีฤทธิ์คุมการงอกของเมล็ดหญ้า ได้แก่ ต้นหงอนไก่ป่า ต้นพวยงู ผักแว่น เปลือกถ่อน และเปลือกมะคึก เท่าที่สามารถหาได้ มาใส่ถังหมักปริมาณครึ่งถัง เติมน้ำจุลินทรีย์จาวปลวกให้ท่วม หมักไว้ 7 วัน จึงนำน้ำหมักสมุนไพรไปใส่ในแปลงนาช่วงทำเทือกนา อัตรา 15-20 ลิตร/ไร่ น้ำหมักสมุนไพรนี้จะช่วยคุมไม่ให้มีห­้าขึ้นในแปลงนาได้เป็นอย่างดี
3.7 ใช้หมักสมุนไพรกำจัดวัชพืชใบกว้างในแปลงนา โดยนำเกลือทะเล 1 กิโลกรัม เทลงในน้ำ 5 ลิตร แล้วนำไปต้มให้ร้อน และคนเกลือให้ละลาย เมื่อน้ำเกลือเย็นแล้ว ให้เทน้ำจุลินทรีย์จาวปลวกจำนวน 4 ลิตร ผสมลงไปนำไปฉีดหญ้า ใบกว้างในแปลงนา จะทำให้หญ้า ใบกว้างเหี่ยว แต่ข้าวจะเขียวมากขึ้น
3.8 ใช้เพิ่มผลผลิตข้าวหรือพืชผักผลไม้ โดยนำถ่านมาบดหยาบ หรือใช้แกลบดำ 1 ส่วน แช่ในน้ำจุลินทรีย์จาวปลวก 1 ส่วน และน้ำหมักที่หมักจากน้ำจาวปลวก 1 ส่วน แช่ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง จึงนำถ่านหรือแกลบดำไปใส่ในแปลงนา บริเวณโคนต้นไม้ กระถางปลูกต้นไม้ หรือในแปลงผัก ในอัตราส่วนตามความเหมาะสม ถ่านหรือแกลบดำจะช่วยให้จุลินทรีย์จากจาวปลวกมีบ้านอาศัย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำให้พืชเจริญงอกงามมากขึ้น ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น
4. ใช้ป้องกันเชื้อราในพืช
รักษาสภาพของเมล็ดพืชให้สดอยู่เสมอ วิธีใช้ น้ำจุลินทรีย์จาวปลวก 1 ส่วน ต่อน้ำ 10 ส่วน ฉีดพ่นพืชผัก 3 วัน/ครั้ง ไม้ดอกไม้ประดับ สัปดาห์ละครั้ง ไม้ผลยืนต้น ใช้เดือนละครั้ง
5. ใช้กับปศุสัตว์
ผสมในอาหารสัตว์ อัตราส่วน จุลินทรีย์จาวปลวก 1 ช้อน ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ผสมน้ำให้สัตว์กิน อัตราส่วน จุลินทรีย์จาวปลวก 1 ลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หากใช้ฉีดพ่นลงพื้น กำจัดกลิ่น ล้างคอก ใช้อัตราส่วน 1 ต่อ 10
6. ใช้กับการประมง
ผสมในอาหาร ใช้จุลินทรีย์จาวปลวก 1 ช้อน ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ใช้เตรียมบ่อ ใช้อัตราส่วน 1 ต่อ 10 และใช้บำบัดน้ำ ใช้จุลินทรีย์จาวปลวก 1 ลิตร ต่อน้ำ 20 ลูกบาศก์เมตร ใส่สม่ำเสมอ
7. ใช้กับสิ่งแวดล้อมและในครัวเรือน
อัตราส่วน 1 ต่อ 10 ใช้กำจัดกลิ่น บำบัดน้ำเสีย พ่นในกองขยะเพื่อกำจัด พ่นปรับสภาพอากาศ กำจัดกลิ่น ฆ่าเชื้อ ใช้ใส่ในห้องส้วม ใช้ล้างถ้วยชาม ซักผ้า และแช่ผลไม้ก่อนรับประทานหรือปรุงอาหาร
8. ใช้ย่อยเอนไซม์ 3 ประสาน จากลูกยอ กล้วยสุก และสับปะรด
นำลูกยอห่ามๆ กล้วยน้ำว้าสุก และสับปะรด อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงลูกเดียว จุ่มลงในน้ำจุลินทรีย์จาวปลวก แล้วยกขึ้น นำไปใส่ในโหลแก้ว ปิดฝาให้สนิท หมักทิ้งไว้ 3 วัน จะได้น้ำเอนไซม์ที่มีกลิ่นหอมเปรี้ยว ใช้รับประทานเช้าและเย็น เพื่อรักษาสภาพร่างกายให้สมดุล ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้มาก
9.ใช้กับการเพาะเห็ด
9.1 ใช้กับการเพาะเห็ดฟาง นำฟางข้าวหรือวัสดุเพาะเห็ดฟางไปแช่น้ำที่ผสมจุลินทรีย์จาวปลวก อัตราส่วน 1 ต่อ 10 ทิ้งไว้ 1 คืน จึงนำฟางข้าวไปเพาะเชื้อเห็ดฟาง จะได้เห็ดฟางปริมาณมากขึ้น และมีน้ำหนักมากขึ้น
9.2 ใช้กับเห็ดในถุงพลาสติก นำน้ำจุลินทรีย์จาวปลวก 1 ส่วน ผสมน้ำ 10 ส่วน ฉีดพ่นก้องเชื้อเห็ด จะทำให้เห็ดออกดอกมากขึ้น และมีน้ำหนักมากขึ้น
9.3 ใช้เพาะเห็ดในขอนไม้ จุลินทรีย์จาวปลวกจะช่วยทำให้ขอนไม้ผุเร็ว ทำเกิดเห็ดในขอนไม้จำนวนมาก เห็ดมีน้ำหนักมาก และขึ้นได้บ่อยครั้ง จนกว่าขอนไม้จะผุ
10.ใช้ในการเพาะถั่วงอก
นำเมล็ดถั่วเขียวแช่น้ำจุลินทรีย์จาวปลวก ในอัตราส่วน 1 ต่อ 10 แช่ทิ้งไว้ 1 คืน และจึงนำไปเพาะถั่วงอกตามขั้นตอน จะช่วยให้ถั่วงอกมีรสชาติหวาน กรอบ อวบอ้วน โดยไม่ต้องใช้สารฟอกขาวแต่อย่างใด
ที่มา : จักรภฤต บรรเจิดกิจ. จิตวิ­­าณในธุลี มหัศจรรย์จุลินทรีย์จาวปลวก. เอกสารประกอบการบรรยายเรื่อง จุลินทรีย์จาวปลวก วันที่ 7 มีนาคม 2558 พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. สุมาลี พิช­างกูร. เห็ดโคนและลูกผสมฟิวแสนท์. พิมพ์ครั้งที่ 2. บริษัท สามเจริ­พาณิชย์ (กรุงเทพ) จำกัด. กรุงเทพฯ. 2547. อุทัยวรรณ แสงวณิช, ผศ. ดร. คำอธิบายเรื่องเห็ดโคน. เข้าถึงจาก http://www.thaimushroomsoc.com/.../Oudemansiella%20ssp... สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. เห็ด โคนกับปลวกและการเพาะเลี้ยงเห็ดโคน. เข้าถึงจาก forprod.forest.go.th/forprod/.../เห็ดโคนกับปลวก/เห็ดโคนกับปลวก.pdf

13/05/2023

เห็ดโคนหรือเห็ดปลวก (Termite mushroom) เป็นเห็ดที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับปลวก (obligate symbiosis) โดยต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน

เห็ดโคนจะเจริญเติบโตออกจากรังปลวกหรือจอมปลวก ถ้าพบเห็ดโคนเจริญเติบโตในบริเวณใดก็ตามเมื่อขุดลึกลงในดินจะพบรากเห็ดโคนเจริญมาจากรังเลี้ยงตัวอ่อน (comb) เมื่อเห็ดโคนเจริญเติบโตเต็มที่ก็จะมีการสร้างสปอร์บริเวณครีบดอก และในขณะที่ดอกเห็ดบานออกจะปล่อยสปอร์ที่แก่หลุดออกจากดอก ซึ่งจะถูกลมพัดพาไปตกในบริเวณที่เหมาะสม หรือบริเวณที่มีอินทรียวัตถุมากๆ จะมีกลิ่นดึงดูดปลวกได้เป็นอย่างดี

ปลวกจะกินอินทรียวัตถุเป็นอาหารพร้อมกับคาบบางส่วนเข้าไปในรังปลวกเพื่อเก็บเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงตัวอ่อน การสร้างรังปลวกจะเริ่มที่ผิวดินก่อน สปอร์ของเห็ดโคนจะเข้าไปในรังปลวกพร้อมกับเจริญเติบโตเป็นเส้นใยอยู่ภายในรังเลี้ยงตัวอ่อน จากนั้นเส้นใยของเห็ดโคนก็จะพัฒนาไปเป็นตุ่มเล็กๆ กระจายอยู่บริเวณสวนเห็ดซึ่งอยู่ภายในรังเลี้ยงตัวอ่อน ถ้าสภาวะแวดล้อม อุณหภูมิ และความชื้นเหมาะสมตุ่มดอกจะค่อยๆ พัฒนา และเจริญไปเป็นดอกเห็ดโคนต่อไป

การสร้างรังเลี้ยงตัวอ่อน (comb)

ปลวกเพาะเลี้ยงเชื้อราจะขับถ่ายมูลออกมาสองชนิดคือ ชนิดแรกเป็นมูลที่ถูกย่อยภายในลำไส้เพียงเล็กน้อยและอยู่ในสภาพเป็นของแข็ง และชนิดที่สองเป็นมูลที่ถูกย่อยภายในลำไส้อย่างดีแล้วและอยู่ในสภาพเป็นของเหลว

มูลชนิดแรกประกอบด้วยเศษพืช (เศษไม้) ชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ปลวกกัดกินเข้าไป และผ่านกระเพาะของปลวกออกมาอย่างรวดเร็ว โดยในขณะที่ผ่านกระเพาะปลวกนั้น เศษพืชถูกคลุกเคล้าด้วยน้ำย่อย ดังนั้นมูลที่ถ่ายออกมาจึงมีรูปร่างเป็นท่อนกลมสั้นๆ ซึ่งต่อมาจะถูกกราม (mandibles) ของปลวกกัดจนเป็นเม็ดเล็กๆ แล้วนำไปสร้างเป็นรังเลี้ยงตัวอ่อน ซึ่งมีลักษณะคล้ายฟองน้ำมีรูพรุน รูปร่างติดต่อกันเป็นร่างแห ลักษณะของรังเลี้ยงตัวอ่อนมีลวดลายแตกต่างกันบางครั้งสามารถบอกสกุลของปลวกได้ (สุมาลี, 2547)

ในขณะที่ปลวกสร้างรังเลี้ยงตัวอ่อนนี้เองจะมีราเกิดขึ้น โดยเส้นใยของราจะมารวมตัวกันเป็นก้อนราสีขาวขนาดเล็กมากที่เรียกว่า nodules อยู่บนรังเลี้ยงตัวอ่อนและเป็นอาหารของปลวก แต่เมื่อถึงระยะหนึ่งปลวกจะกินน้อยลงทำให้ nodules เจริญรวมกันจนมีขนาดใหญ่ขึ้นและยืดยาวเป็นส่วนที่อยู่ใต้ดิน (pseudorhiza) งอกผ่านดินจนทะลุขึ้นเหนือผิวดินกลายเป็นดอกเห็ด

ปลวกเมื่อกินเส้นใยของราเข้าไปแล้วจะถ่ายมูลออกมาเป็นมูลชนิดที่สอง คือเป็นของเหลวซึ่งปลวกนำไปใช้เคลือบผนังด้านในของห้องเห็ด ดังนั้นรังเลี้ยงตัวอ่อนจะมีน้ำย่อยจากลำไส้ของปลวกผสมอยู่ด้วย น้ำย่อยนี้อาจจะ เป็นสิ่งที่ช่วยให้เส้นใยของเห็ดโคนเจริญเติบโตดี ส่วนประกอบของรังเลี้ยง ตัวอ่อน (comb) สร้างจากกากอาหารของปลวกนั่นเอง

การเจริญเติบโตของเห็ดโคนจากการศึกษาของ Bels, P.J. and Pataragetvit, S. (1982) แบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1

ระยะแรกจะเริ่มต้นภายในรังเลี้ยงตัวอ่อน (comb) ปรากฏกลุ่มของ เส้นใยที่มีลักษณะกลมมีขนาดเล็กกระจายกันอยู่ทั่วไป เส้นใยมีสีขาวคือกลุ่มของเส้นใยเห็ดโคน จากนั้นเส้นใยจะรวมตัวกันและจะเจริญเป็นปมเล็กๆ (nodules) ซึ่งมีขนาดประมาณ 0.5-1.5 มม. และบางครั้งจะพบเส้นใยสีเขียวมะกอกซึ่งเป็นกลุ่มเส้นใยของเชื้อรา Xylaria sp. เจริญปะปนอยู่ด้วย บริเวณรังเลี้ยงตัวอ่อนจะมีตัวอ่อนของปลวกเป็นจำนวนมากกินเส้นใยและตุ่มเห็ดเป็นอาหาร ตัวอ่อนของปลวกจะช่วยกันดูแลและควบคุมการเจริญเติบโตของเส้นใย ซึ่งเป็นการกระตุ้นหรือช่วยเร่งการเจริญเติบโตของเส้นใยเห็ดโคน และช่วยลดการเจริญเติบโตของเส้นใยเชื้อรา Xylaria sp. ด้วย

ระยะที่ 2

เป็นระยะที่ปลวกกินเส้นใยเห็ดโคนน้อยลง เนื่องจากมีการอพยพไปสร้างรังใหม่ ทำให้เส้นใยเห็ดโคนเจริญเติบโตเป็นกลุ่มเส้นใยคล้ายกำมะหยี่ สีขาว โดยมีเชื้อราสีเขียวมะกอกของ Xylaria sp. เจริญควบคู่กันไปด้วย ในระยะที่สองนี้เส้นใยเห็ดโคนจะเริ่มพัฒนาไปเป็นส่วนที่คล้ายราก (pseudorhiza) ซึ่งจะเจริญเติบโตไปเป็นดอกเห็ดโคนต่อไป มักอยู่ในช่วงฤดูฝน บางครั้งพบว่าเชื้อรา Xylaria sp. ก็เริ่มพัฒนาเป็นดอกเช่นกัน จะมีลักษณะเป็นแท่งขนาดเล็กสีดำ แต่ไม่สามารถเจริญผ่านชั้นของดินขึ้นมาได้ จะเกิดได้เฉพาะในรังปลวกเท่านั้น แต่สำหรับเห็ดโคนซึ่งมีหมวกดอกที่แข็งแรงสามารถ เจริญแทงผ่านทะลุชั้นของพื้นดินขึ้นมาได้

ระยะที่ 3

เป็นระยะสุดท้ายซึ่งไม่มีเชื้อเห็ดโคนและไม่มีตัวปลวก รังเลี้ยงตัวอ่อนจะมีสีเขียวปนดำ และมีเส้นใยของเชื้อรา Xylaria sp. ขึ้นกระจายอยู่ทั่วรังปลวกและบางครั้งอาจโผล่ออกมาจากรังปลวกได้ ในระยะแรกเส้นใยจะมีสีขาวภายหลังจะเปลี่ยนเป็นสีดำ

นิเวศวิทยาของเห็ดโคน

การแพร่กระจายของชนิดเห็ดโคนจะเกิดควบคู่กันไปกับการกระจายตัวของชนิดปลวกเพาะเลี้ยงเชื้อราที่อาศัยอยู่ร่วมกัน พบขึ้นในประเทศที่อยู่ในเขตร้อนและเขตอบอุ่นเท่านั้น เช่น ทวีปแอฟริกา เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบางส่วนพบอยู่ทางตอนใต้ของจีน ญี่ปุ่น และเกาะไต้หวัน

โดยจะพบเห็ดโคนขึ้นอยู่ทั่วไปในบริเวณพื้นที่ที่มีปลวกเพาะเลี้ยงเชื้อราสร้างรังอยู่ใต้พื้นดินหรือขึ้นบนจอมปลวก

ในประเทศไทยมีระบบนิเวศที่เหมาะสมกับการเกิดเห็ดโคนเนื่องจากอยู่ในเขตมรสุมที่มีฝนตกชุก และส่วนใหญ่เห็ดโคนมักแพร่กระจายในสภาพนิเวศป่าที่ค่อนข้างโปร่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีป่าไผ่ขึ้นอยู่เห็ดโคนจะชอบขึ้น นอกจากนี้ยังพบมีการแพร่กระจายอยู่ในระบบนิเวศของป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น ตลอดไปจนถึงพื้นที่เกษตรกรรม เช่น สวนผลไม้ และสวนป่าสัก เป็นต้น ในประเทศไทยเห็ดโคนจะเริ่มออกตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคม ถ้าฤดูฝนยาวนานกว่าปกติอาจพบเห็ดโคนได้ในเดือนพฤศจิกายนหรือเดือนธันวาคม

ทางภาคใต้เห็ดโคนสามารถขึ้นได้สองครั้งต่อปี เห็ดโคนสามารถพบได้ทั้งชนิดที่ขึ้นอยู่บนจอมปลวกและบริเวณพื้นที่รอบๆ จอมปลวก หรือขึ้นกระจายอยู่บริเวณที่ราบหรือเนินบนพื้นดินทั่วไป โดยที่ไม่มีจอมปลวกแต่จะมีรังปลวกอาศัยอยู่ใต้ดิน โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่ที่มีการปกคลุมด้วยเศษไม้และใบไม้ร่วงหล่นทับถมกันอยู่ โดยทั้งชนิดของเห็ดโคนและช่วงการเกิดดอกเห็ดจะแตกต่างกันออกไปตามสภาวะแวดล้อมในแต่ละพื้นที่

สภาพดินที่พบเห็ดโคนเจริญเติบโตจะเป็นดินเหนียว ดินเหนียวปนทราย ดินเหนียวปนดินร่วน หรือดินร่วนปนทราย และเป็นบริเวณที่มีความชุ่มชื้น อยู่เสมอ ส่วนบนพื้นดินจะปกคลุมด้วยเศษไม้และใบไม้ หรือต้นหญ้าก็ได้ อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเกิดเห็ดโคนประมาณ 30-35 องศาเซลเซียส ค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ของดินประมาณ 6.2-6.5 ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบริเวณพื้นดินเท่ากับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ และ ความชื้นสัมพัทธ์ในบรรยากาศประมาณ 85-90%

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ดโคน

บริเวณรังปลวกที่มีเห็ดโคนขึ้นอยู่จะมีความชื้นสูงมาก อุณหภูมิภายในโพรงของรังปลวกประมาณ 28-30 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิภายนอกรังปลวก ประมาณ 26-27 องศาเซลเซียส สภาพความเป็นกรด-ด่าง (pH) ประมาณ 5.0-5.6 และความชื้นสัมพัทธ์ของบรรยากาศประมาณ 70-80%

ที่มา : เห็ดโคนกับปลวกและการเพาะเลี้ยงเห็ดโคน (2552) โดย สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

01/05/2023

Address

ເສັ້ນທາງເລກທີ 13 ເຫນືອ, ຖະຫນົນຫລວງພະບາງ
Vientiane

Opening Hours

Monday 09:00 - 17:00
Tuesday 09:00 - 17:00
Wednesday 09:00 - 17:00
Thursday 09:00 - 17:00
Friday 09:00 - 17:00
Saturday 09:00 - 17:00
Sunday 09:00 - 17:00

Telephone

+8562055456611

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Sonexay XPY posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to Sonexay XPY:

Share