07/11/2023
-บริบท-
■ การทดสอบเรื่อง “Transformer Turns Ratio (อัตราส่วนรอบของหม้อแปลงไฟฟ้า)” คือหนึ่งในหัวข้อพื้นฐานการทดสอบประจำที่ถูกระบุเอาไว้ในมาตรฐานที่ยอมรับ นั่นคือ IEC 60076-1 และ IEEE C57.12.90 ทั้งนี้หากหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง(ที่ถูกทดสอบด้วยหัวข้อดังกล่าวนี้) มี OLTC ติดตั้งอยู่ด้วย เราต้องทำทดสอบหาค่า “อัตราส่วนรอบของหม้อแปลงไฟฟ้า” ในทุกๆแท็บของ OLTC.
■ IEC 60076-1 CE1 IEC 60076-1 Edition 2.1 2000-04 ระบุอีกว่า เมื่อมีการทดสอบเรื่อง “อัตราส่วนรอบของหม้อแปลงไฟฟ้า” เราต้องมีทำการทดสอบหัวข้อต่อไปนี้ด้วย นั่นคือ มุมเฟส, เวคเตอร์กรุ๊ป, และค่ากระแสที่เรียกว่า “excitation current”
■ คำว่า “อัตราส่วนรอบของหม้อแปลงไฟฟ้า” คือ อัตราส่วนของ “จำนวนรอบในขดลวดแรงสูง ต่อ จำนวนรอบในขดลวดแรงต่ำ”
■ ในกรณีของการทดสอบที่ภาคสนาม รูปแบบการทดสอบจะถูกทำได้โดย ทำการจ่ายแรงดันทดสอบ (ที่ไม่ใช่แรงดันสูงๆเป็น kV) เข้าที่ขั้วของขดลวดแรงสูง จากนั้นทำการวัดค่าแรงดันเหนี่ยวนำที่ ขดลวดแรงต่ำ ภายใต้สภาวะที่หม้อแปลงไฟฟ้ากำลังไม่มีโหลดมาต่อ
■ อัตราส่วนของแรงดันไฟฟ้าที่ได้เหล่านั้น จะมีค่าเท่ากับ (โดยประมาณ) อัตราส่วนของจำนวนรอบของหม้อแปลงไฟฟ้า (เรียกสั้นว่า “อัตราส่วนรอบของหม้อแปลงไฟฟ้า”) นั่นเอง
■ การทดสอบลักษณะนี้ เป็นที่นิยมและถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตามมีวิธีการทดสอบอื่นอีกๆ เช่น comparison method, the capacitance, and the power factor bridge method อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ ไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายนัก.
■ ในกรณีที่ทดสอบกับ หม้อแปลงไฟฟ้าแบบสามเฟส ที่แต่ละเฟสนั้นแยกออกจากกันและเราสามารถเข้าไปต่อสายทดสอบได้ มีคำแนะนำว่า…แม้ว่าเราจะใช้รูปแบบการทดสอบ โดยการจ่ายแรงดันทดสอบแบบเฟสเดียว (single phase) เพื่อจ่ายแรงดันทดสอบไปทีละเฟสได้ แต่เราก็สามารถใช้แรงดันทดสอบแบบสามเฟส (แรงดันไฟฟ้าที่เหมือนกับแรงดันสามเฟสในระบบที่มีความห่างกันทางไฟฟ้า 120 องศาทางไฟฟ้า) ก็ได้เช่นกัน
■ เมื่อทำการทดสอบในรูปแบบการจ่ายแรงดันทดสอบแบบเฟสเดียว (Single Phase) เครื่องทดสอบจะจ่ายแรงดันแบบเฟสเดียว โดยไล่จ่ายเข้าที่ขดลวดแรงสูงทีละเฟส จากนั้นจะทำการวัดค่าแรงดันเหนี่ยวนำที่เกี่ยวข้องทางด้านขดลวดแรงต่ำ (ที่ไม่มีโหลดต่ออยู่)
■ เมื่อทำการทดสอบในรูปแบบการจ่ายแรงดันทดสอบแบบสามเฟส (Three Phase) เครื่องทดสอบจะจ่ายแรงดันทดสอบ แบบสามเฟสที่เหมือนกับระบบไฟฟ้า (true three-phase test voltage ห่างกันทางไฟฟ้า 120 องศาทางไฟฟ้า) เข้าที่ขดลวดแรงสูงทั้งสามเฟส จากนั้นจะทำการวัดค่าแรงดันเหนี่ยวนำ ขดลวดหม้อแปลงไฟฟ้าทางด้านแรงต่ำทั้งหมด (ที่ไม่มีโหลดต่ออยู่) และเครื่องทดสอบก็จะคำนวณหาค่า อัตราส่วนมาให้ทั้งสามเฟส
- ความละเอียด(accuracy)-
■ ค่าความละเอียด(accuracy) ของการวัดอัตราส่วน ของหม้อแปลงไฟฟ้า ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย
* ปัจจัยแรก คือ ความละเอียดของเครื่องทดสอบ
* ปัจจัยที่สอง คือ คุณลักษณะของแกนแม่เหล็กแบบไม่เชิงเส้น และ B(H) curve.
■ ในการทดสอบ จำเป็นที่ต้องนำเรื่อง % turns ratio deviation (ช่างบ้านเรานิยมเรียกว่า เปอร์เซ็นต์เเอเร่อ…ในที่นี้ ขอเรียกว่าเปอร์เซ็นต์อัตราการเบี่ยงเบนของอัตราส่วนรอบของหม้อแปลงไฟฟ้า, เปอร์เซ็นต์อัตราการเบี่ยงเบน) มาใช้ โดยมาจากสูตรนี้
% turns ratio deviation = [(Measured Ratio- Nameplate Ratio)/ (Nameplate Ratio) x 100
■ เปอร์เซ็นต์อัตราการเบี่ยงเบน (% turns ratio deviation) มีความสำคัญมากๆ จึงมีคำแนะนำให้ใช้ เครื่องทดสอบและเครื่องมือวัดค่าอัตราส่วนหม้อแปลงไฟฟ้า ที่มีค่าความละเอียดที่สูง
■ โดยปกติแล้ว หากมีการกำหนดเกณฑ์เรื่อง % turns ratio deviation (เปอร์เซ็นต์อัตราการเบี่ยงเบน) ไว้เท่าไร เครื่องทดสอบหรือเครื่องมือวัดค่าอัตราส่วนรอบหม้อแปลงไฟฟ้า ต้องมีความละเอียดทีดีกว่า 5-10 เท่า ยกตัวอย่างเช่น เปอร์เซ็นต์อัตราการเบี่ยงเบน (% turns ratio deviation) ที่ยอมรับได้คือ +/- 0.5%, เครื่องมือเครื่องทดสอบหรือเครื่องมือวัด ค่าอัตราส่วนรอบหม้อแปลงไฟฟ้า ต้องมีความละเอียดที่ +/- 0.05% ถึง+/- 0.1% เป็นต้น
- กรณีศึกษา-
■ นอกจากเรื่องของความละเอียดของเครื่องทดสอบและเครื่องวัดแล้ว แรงดันที่ตกคร่อม ที่เกิดจากกระแส (ในสภาวะไร้โหลด) ก็ต้องนำมาพิจารณาด้วยเช่นกัน (รูป 4-3)
■ IEC 60076-1 และ IEEE C57.12.90 แจงเอาไว้อีกว่า ต้องทำการทดสอบ อัตราส่วนจำนวนรอบ ที่แรงดันพิกัดหรือต่ำกว่า ด้วยความถี่(frequency) ที่พิกัด โดยการป้อนแรงดันทดสอบเข้าที่ ขดลวดแรงสูงและทำการวัดค่าแรงดันเหนี่ยวนำที่ ขดลวดแรงต่ำ
■ ด้วยเหตุนี้ ดร. Radenko Wolf ได้ทำการทดสอบที่มหาวิทยาลัยหนึ่งในเมืองซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย และระบุว่า ค่าความคลาดเคลื่อนของอัตราส่วนหม้อแปลง ที่น้อยที่สุด อยู่จุดกึ่งกลางของเส้น B-H Curve โดยหากมองเทียบกับแรงดันพิกัด จะพบว่า จุดดังกล่าว คือจุดที่แรงดันมีค่าที่ 50% ของแรงดันพิกัดของหม้อแปลงไฟฟ้า (รูป 4-1) นั่นหมายความว่าหากต้องการได้ค่าความคลาดเคลื่อนของ “อัตราส่วนรอบของหม้อแปลงไฟฟ้า” ที่น้อยที่สุด เราจำเป็นต้องจ่ายแรงดันทดสอบที่ 50% ของแรงดันพิกัดของหม้อแปลงไฟฟ้า เช่น หม้อแปลงไฟฟ้ามีพิกัดแรงดัน 110kV เราจำเป็นต้องจ่ายแรงดันทดสอบที่ 55kV เป็นต้น
■ เมื่อทำการทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่ ซึ่งมีพิกัดแรงดันในรูปแบบ 110kV-230kV เราไม่มีทางหาเครื่องทดสอบ “อัตราส่วนรอบของหม้อแปลงไฟฟ้า” ที่มีแรงดันสูงๆในรูปแบบ kV เพื่อให้ถึง 50% ของแรงดันพิกัดดังกล่าวได้เลย
■ สิ่งที่เราทำได้คือ ใช้เครื่องทดสอบที่มีแรงดันทดสอบที่น้อยประมาณ ไม่กี่เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับแรงดันพิกัดของหม้อแปลงไฟฟ้า เช่น 100V, 250V หรือ 500V
■ จากรูปที่ 4-2 เป็นอีกหนึ่งการศึกษาที่ระบุว่า หากแรงดันทดสอบที่น้อยๆ เช่น 0.1% ของแรงดันพิกัด ค่าความคลาดเคลื่อนของอัตราส่วนหม้อแปลงจะมากตามไปด้วย (ซึ่งไม่เป็นผลดี) จากกราฟดังกล่าว เราอาจจะพูดได้ว่า การทดสอบค่าความคลาดเคลื่อนของอัตราส่วนหม้อแปลงที่ แรงดันทดสอบสูงๆ ย่อมได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าแรงดันทดสอบที่ต่ำๆ
■ Edis Osmanbasic ทำการทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังเครื่องหนึ่ง โดยอยู่บนพื้นฐานที่ว่า มีการยืนยันโดยการใช้เครื่องทดสอบหลากหลาย และเป็นหลักประกันที่แน่นอนว่า ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันนี้ ไม่ได้มาจากสาเหตุของเครื่องทดสอบ เขาพบว่า การทดสอบที่แรงดันทดสอบที่สูงกว่า จะส่งผลให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า (รูปที่ 2 และ รูปที่ 3)
-ภาคสนาม-
■ อัตราส่วนรอบของหม้อแปลงไฟฟ้า นั้นสำคัญมากๆ สำหรับหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังที่ทำงานอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังทำงานโดยถูกต่อขนานกันอยู่ในวงจร
■ หาก. “อัตราส่วนรอบของหม้อแปลงไฟฟ้า” ของหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังทั้งสองที่ต่อขนานกันอยู่ มีค่าแตกต่างกันมาก มันจะส่งผลให้เกิดแรงดันต่างศักย์ขึ้นที่ด้านจ่ายกำลังของหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังทั่งสอง ซึ่งส่งผลให้เกิดกระแสไฟฟ้าที่เรียกว่า equalization current ขึ้นมา
■ แม้ว่า เปอร์เซ็นต์อัตราการเบี่ยงเบน (% turns ratio deviation) ที่แตกต่างกันน้อยๆ ก็ยังสามารถสร้าง equalization current อย่างมีนัยยะสำคัญส่งผลให้หม้อแปลงไฟฟ้ากำลังรับภาระทางด้านความร้อนและส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่างที่เพิ่มขึ้น
■ CIGRE guide ระบุเสริมว่า การทดสอบหาค่า อัตราส่วนของหม้อแปลงไฟฟ้า ยังสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการลัดวงจรระหว่างขดลวดหม้อแปลงไฟฟ้าได้ เราสามารถสังเกตุความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ จากบุ๊คโฮลซ์ รีเลย์ได้อีกด้วย
-ขอขอบคุณ-
[1] IEC 60076-1 CE1 IEC 60076-1 Edition 2.1 2000-04
[2] IEEE Standard Test Code for Liquid-Immersed Distribution, Power, and Regulating Transformers (IEEE Std C57.12.90™-2015)
[3] DV Power Application Note How to Measure a Transformer Turns Ratio Using TRT Instruments, A-TRF102-201-EN
[4] DV Power Application Note Differences Between Sequential 3~ and Simultaneous 3~ Turns Ratio Tests, A-TRF121- 201-EN
[5] Dr. Radenko Wolf, Testing the electric machines - Part I, Faculty of Electrical Engineering University of Zagreb, 1970.
[6] DV Power Manual TRT Advanced Series ver. M-TADVNN-307-EN https:// www.dv-power.com/product/transformer-turns-ratio-testers/turns-ratio-tester-advanced/
[7] CIGRE Guide for Transformer Maintenance 445
[8] TRANSFORMERS MAGAZINE | Volume 8, Issue 3 | 2021, Edis OSMANBASIC, Importance of using high test voltage for transformer turns ratio test